“ศรีสุวรรณ” ร้องเพิ่ม “พท.-พปชร.” ถือหุ้นสื่อ ไม่กลัว “ธนาธร” ฟ้องกลับ

“ศรีสุวรรณ” เดินหน้าร้อง “เพื่อไทย” และ “พลังประชารัฐ” กรณีถือหุ้นสื่อ พบยังมีอีกหลายคนเข้าข่าย ไม่หวั่น “ธนาธร” ฟ้องกลับ พร้อมปูด “สนธิรัตน์” ใช้บัตรคนจนหาเสียง อาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย

(01 พ.ค. 62) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือ ต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบการเป็นเจ้าของ หรือ ผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนของผู้สมัครรับเลือกตั้งและว่าที่ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย และเมื่อตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็พบว่ามีหลายคนซึ่งถือหุ้นสื่ออยู่ ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม ม.98(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.42(3) แห่ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561

“การยื่นร้องเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ขณะนี้กำลังดูเอกสารที่ นายธนาธร จะโพสต์ออกมาเป็นอย่างไร ถ้ายังไม่พอใจก็จะแสวงหาข้อมูลมายื่นเพิ่มเติมต่อ กกต. ผมไม่เคยกลัวการพูดจาของนักการเมือง เพราะถือว่าบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ ไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ร้องทุกพรรคอยู่แล้ว หากมีข้อมูล ถ้านายธนาธร ไม่ผิดก็จะได้ประโยชน์ต่อตัวเขาเอง สามารถไปพูดกับฐานเสียงได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ก้าวเข้าสู่การเมืองอย่างสง่างาม” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นอกจากนี้ ได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบและวินิจฉัยเอาผิดกรณี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐและหาเสียงให้กับพรรคพลังประชารัฐที่อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดย สัญญาว่าจะเพิ่มเงินบัตรคนจน เข้าข่าย “เสนอให้ สัญญาว่าจะให้” อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73(1) และหรือ (2) ประกอบมาตรา 158 แห่ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561หรือไม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวได้ตรวจสอบว่าที่ส.ส.ของทุกพรรคการเมืองหากพบมูลความผิดอีกก็จะมายื่นอีก และยืนยันว่าไม่กลัวหากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะฟ้องกลับด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่