เผาตอซังข้าว ลามคลังศุลกากรนครพนม รถดับเพลิงเจ้าถิ่นอืด

นครพนม – วันที่ 25 เม.ย.62 เวลา 15.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งจากพนักงานขับรถบรรทุกปูนซิเมนต์ ขนส่งระหว่างประเทศ ว่าเกิดเหตุไฟลามทุ่งใกล้กับกำแพงโกดังคลังตรวจสินค้าและเก็บของกลาง ด่านศุลกากรนครพนม หรือศูนย์ OSS ตรงข้ามกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม

หลังรับแจ้งจึงประสานร้อยเวรสายตรวจเข้าพื้นที่ พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ทราบ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่นาของเอกชน ต้นเพลิงอยู่ไม่ห่างกำแพงนัก มีควันโขมง ไฟได้ลามไหม้หญ้าแห้งและตอซังข้าว ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกลุ่มคนขับรถบรรทุกปูนซิเมนต์ ต้องขยับรถหนีออกจากรัศมีเปลวไฟจ้าละหวั่น ขณะเดียวกับมีฝนตกทางด้านทิศตะวันตก ลมจึงพัดประกายไฟข้ามกำแพงไหม้หญ้าด้านคลังสินค้า และลุกไหม้สายไฟใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง

เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงโทรศัพท์แจ้ง อบต.อาจสามารถ เจ้าของพื้นที่ ให้นำรถดับเพลิงมาสกัดไฟ พร้อมแจ้งไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนครพนม ส่งเจ้าหน้าที่มาตัดกระแสไฟ ไม่ถึง 10 นาที รถการไฟฟ้าฯ แผนกปฏิบัติการณ์ได้มาถึงและรีบดับไฟ ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ ขณะที่ไฟด้านที่ดินเอกชนยังคงลามหญ้าแห้งไปเรื่อยๆ ระหว่างรอรถดับเพลิงจาก อบต.อาจสามารถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการไฟฟ้าฯ ต้องเปิดน้ำประปาในถังไปราดสกัดเพลิงชั่วคราว  เวลาผ่านไปเกือบ 1 ชม. ก็ไม่มีวี่แววของรถดับเพลิง

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวแวะสอบถามพนักงานในสำนักงานปลัด อบต.อาจสามารถ ก็อ้างว่ายังไม่ได้รับแจ้งเหตุ แต่พอเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้รับผิดชอบรถดับเพลิง ก็ทราบว่ารถดับเพลิงหลงทางไปผิดจุด ตำรวจสายตรวจจึงไม่ยอมนิ่งดูดาย เพราะเปลวไฟได้ปลิวข้ามกำแพง แล้วโหมไหม้ทรัพย์สินบางส่วนของคลังศุลกากรเสียหาย จึงประสานรถดับเพลิงพื้นที่ข้างเคียง ไม่ถึง 15 นาที รถดับเพลิงก็มาถึง สามารถสกัดเพลิงอยู่ในวงจำกัดสำเร็จ

เบื้องต้นครอบครัวของคนขับรถบรรทุกปูนซิเมนต์ ที่เห็นเหตุการณ์เผยว่า มีควันไฟขึ้นอยู่ริมกำแพง ก็คุยกันว่าถ้าไม่มีใครมาดับ ไฟน่าจะลามไหม้มาถึงโกดัง ประกอบกับมีลมช่วยโหมกระหน่ำ ไม่ทันไรก็ลุกขยายเป็นวงกว้าง จึงตะโกนเรียกสามีมาขยับรถหนีห่างเปลวไฟ และช่วยกันหาน้ำมาดับ พร้อมแจ้งศูนย์วิทยุ 191 ดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดเป็นการจุดเผาตอซังข้าว จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของราชการเสียหายบางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น