รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชน งัดไม้เด็ดขู่เมาแล้วขับ

พล.ต.อ.วิระชัย  ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินททางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสามูลนิธิเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดบริการประชาชนบริเวณสี่แยกศรีเทพา งัดไม้เด็ด สำหรับผู้ที่ขับขี่ในขณะที่มึนเมาสุราและยังไม่เกิดอุบัติเหตุ จะถูกจับถูกปรับ และยังถูกยึดใบขับขี่อีก 6 เดือน สำหรับผู้ที่ขับขี่ในขณะที่มึนเมาสุราและเกิดอุบัติเหตุและทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บล้มตายก็จะมีความผิดพวงเข้ามา ถ้าพฤติเหตุหรือพฤติการณ์ถึงขั้นแจ้งข้อหาในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาได้ก็จะดำเนินการในทันที

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 11 เมษายน 2562 พล.ต.อ.วิระชัย  ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสามูลนิธิเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดบริการประชาชนบริเวณสี่แยกศรีเทพา ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  โดยมี พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตยทิพยพงษ์  ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ  แอร่มหล้า รอง ผบก. พ.ต.อ.จำรัส  จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ

โดย พล.ต.อ.วิระชัย  ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในจุดบริการประชาชนบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดโดยมุ่งเน้นที่ที่ความปลอดภัยของประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องเมาแล้วขับ หรือมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากเกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือมีผู้เสียชีวิต แล้วตรวจพบว่าผู้ขับขี่รถคันต้นเหตุมีอาการมึนเมาอาจมีความผิดพวงเข้ามาถ้าพฤติการณ์ถึงขั้นแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาได้ก็จะดำเนินการทันที ก่อนที่จะมอบหมวกเจ้าหน้าที่จราจรที่มีกล้องบันทึกภาพและเสียงติดอยู่ที่บริเวณหน้าหมวกที่สามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของผู้กระทำผิดได้นานถึง 48 ชั่วโมง เพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนจุดละ 4 ใบ พร้อมด้วยกระบอกสัญญาณไฟฉุกเฉินและไฟฉายที่ใช้สำหรับปฎิบัติหน้าที่และเครื่องดื่มชูกำลังให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ยังจุดบริการประชาชน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

พล.ต.อ.วิระชัย  ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้กล่าวว่า สำหรับมาตรการในช่วงสงกรานต์นี้เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้ก็จะเป็นการเดินทางจากต้นทางเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต่างจังหวัด ต้นทางก็คืนกรุงเทพและปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสมุทรปราการ จะมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางจากจังหวัดสมุทรปราการไปยังปลายทางในต่างจังหวัด ดังนั้นเราที่อยู่ต้นทางก็จะบังคับใช้กฎหมายในช่วงนี้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางจราจรเกิดขึ้นก็คือกวดขันวินัยจราจรตั้งแต่ต้นทางจะได้ไม่ไปขับรถเสี่ยงอันตรายไปตลอดเส้นทาง หรือขับรถเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นไปตลอดเส้นทาง วันนี้ถือว่าเป็นวันแรกของการรณรงค์ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจรและความปลอดภัยการจราจร จึงเปิดดำเนินการอย่างเข้มงวดในต้นทางที่จังหวัดสมุทรปราการแห่งนี้ และเราจะเข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับในข้อหาที่ก่อให้เกิดผลโดยตรงต่อการเกิดอุบัติเหตุการจราจรและมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเป็นจำนวนมากก็คือเมาแล้วขับและขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่สวมหมวกนิรภัย รวมทั้งไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ในระหว่างขับขี่รถ หากท่านใดฝ่าฝืนดื่มและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจเกิดกว่าที่กฎหมายกำหนด จะถูกดำเนินคดีในทันที และหากใครถูกจับครั้งแรกก็มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี แต่ถ้าใครเคยทำผิดมาแล้วเป็นครั้งที่สอง จะถูกเพิ่มโทษจากครั้งที่แล้ว เมื่อเราฟ้องเพิ่มโทษ ศาลจะไม่ใช้ดุลพินิจในการรอลงอาญา จะนำโทษเก่าและโทษใหม่มาบวกกัน และก็พิพากษาลงโทษโดยไม่รอลงอาญา ดังนั้นใครที่เมาแล้วขับเป็นครั้งที่สองติดคุดแน่นนอน สำหรับผู้ที่ขับขี่ในขณะที่มึนเมาสุราและยังไม่เกิดอุบัติเหตุ จะถูกจับถูกปรับ และยังถูกยึดใบขับขี่อีก 6 เดือน สำหรับผู้ที่ขับขี่ในขณะที่มึนเมาสุราและเกิดอุบัติเหตุและทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บล้มตายก็จะมีความผิดพวงเข้ามา ถ้าพฤติเหตุหรือพฤติการณ์ถึงขั้นแจ้งข้อหาในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาได้ก็จะดำเนินการในทันที

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่