วางมาดเสี่ยจะเปิดร้านใหญ่โต นิมนต์พระทั้งวัดยืมของวัดสุดท้ายหนีลอยนวล

วันที่ 10 เม.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ว่าที่วัดบ้านลาด ได้มีผู้ที่มานิมนต์พระทั้งวัด 5 รูป เพื่อไปประกอบพิธีในการเปิดร้านใหม่ และได้ขอยืมของวัดเพื่อที่จะนำไปใช้ในการเปิดร้านใหม่เช่นกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.62 ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาตามกำหนดกลับไม่มีงานตามที่อ้าง ของที่ยืมจากวัดก็หายไปกลับคนยืม คาดว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงแน่นอน เลยเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ โดยที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใบหน้า และยานพาหนะของโจรในคราบเสี่ย ตำรวจคลำเบาะแสจนเจอ เจ้าตัวปฏิเสธอ้างทำป้ายทะเบียนรถหล่นหาย

พระปรีชา จิตตํสํวโร พระลูกวัดบ้านลาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ชาวบ้าน ได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูสถานที่เก็บโต๊ะ เก้าอี้ ภายในศาลาการเปรียญ ที่มีผู้มานิมนต์พระทั้งวัด และขอยืมของวัดไป โดยมีชายแต่งตัวภูมิฐาน มากับภรรยา และเด็กชายหญิง ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ซูซูกิ สีเทา หมายเลขทะเบียน กท-5794 สุพรรณบุรี ทำทีเข้าไปคุยกับ พระอธิการเจริญ สุภโร เจ้าอาวาสวัดบ้านลาด ในเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 5 เม.ย. 62 เพื่อที่จะนิมนต์ไปเปิดกิจการร้านขายอะไหล่ที่สายเอเชีย จ.อ่างทอง ในวันที่ 8 เม.ย. 62 เวลา 10.30 น. ซึ่งไม่ห่างจากวัดมากนัก โดยชายคนดังกล่าวได้เอ่ยปากขอยืมโต๊ะจำนวน 2 ตัว เก้าอี้ 40 ตัว โดยเจ้าอาวาสได้ให้พระปรีชา และสามเณรบุญชู แย้มกลิ่น เป็นผู้ไปเปิดศาลาการเปรียญสถานที่เก็บของ โดยทั้งพระและเณรก็ยังมีเมตตาช่วยขนขึ้นรถ แถมยังอวยพรให้เดินทางด้วยความปลอดภัย ขอให้โชคดี แล้วเจอกันในวันเปิดร้าน

จนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ใกล้ถึงเวลาตามหมายกำหนด เจ้าอาวาสได้ใช้ให้ชาวบ้านไปดูสถานที่ที่รับกิจนิมนต์ตามสถานที่ ๆ ให้ไว้เพื่อที่จะเดินทางไปตามกำหนดเวลา กลับพบแต่ความว่างเปล่า สอบถามสถานที่ใกล้เคียงก็ไม่มีใครทราบ และไม่มีใครที่จะมาเปิดร้านใหม่ที่นี่ จึงเอะใจว่าโดนหลอกแล้ว จึงได้กลับมาที่วัดเปิดกล้องวงจรปิดดู รอจนถึงเที่ยงของวันที่ 8 เม.ย. จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจเช็คหมายเลขทะเบียนรถที่เห็นในกล้องวงจรปิด ที่มีติดอยู่ที่ด้านหน้า พบว่าเจ้าของรถที่ครอบครองคือ น.ส.สมศรี(นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.ปลายนา อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ตำรวจได้ติดต่อไปยัง สภ.ศรีประจันต์ ขอให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน แต่ น.ส.สมศรี(นามสมมุติ) อ้างว่าบ้านทะเบียนรถของตนเองหล่นหายไป 1 อัน ซึ่งคนร้ายอาจจะนำไปใช้ในการก่อเหตุ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อยืนยันขอให้เดินทางมาให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเบิกทำการสอบสวนเสียก่อน โดย น.ส.สมศรี (นามสมมุติ) อ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะเดินทางมาเพื่อให้ปากคำ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดลพบุรี กดอ่านที่นี่