ผู้ว่าประจวบฯ ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในวัดเขาถ้ำม้าร้อง

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากบ่อน้ำทิพย์  ภายในวัดเขาถ้ำม้าร้อง หมู่ 1 บ้านฝ่ายท่า ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน ตามฤกษ์เวลา 11.52-12.38 น.จากนั้นเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปไว้ยังพระอุโบสถ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทำการประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในวันที่ 8 และ 9 เมษายน 2562 (วิมล ทับคง รายงาน)

วันที่ 6 เมษายน 2562 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำข้าราชการ เหล่ากาชาด ทหาร ตำรวจ เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถานการศึกษา ตลอดจนจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ พร้อมประชาชน  ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์  บ่อน้ำทิพย์  ในวัดเขาถ้ำม้าร้อง หมู่ 1 บ้านฝ่ายท่า ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามฤกษ์เวลา 11.52-12.38 น.

ทั้งนี้มีพิธีเริ่มจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้นได้เดินทางลงไปยังภายในวัดเขาถ้ำม้าร้อง โดยพราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงเพื่อบูชาเทพยาดาเทพารักษ์ ผู้ดูแลรักษาสถานที่น้ำศักดิ์สิทธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ กระทั่งเวลา 11.52 น. ซึ่งเป็นฤกษ์ที่ใช้ตักน้ำโดยถือฤกษ์เวลา 11.52 – 12.38 น. พร้อมกันทุกแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ เชิญขันสาครและที่ตักน้ำไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในบ่อน้ำทิพย์ใส่ลงในขันสาคร จากนั้นเจ้าหน้าที่ปิดฝาขันสาครห่อด้วยผ้าขาว และผูกริบบิ้นสีขาว

จากนั้นนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดขบวนเชิญขันสาครน้ำศักดิ์สิทธิ์และที่ตักน้ำ ขึ้นรถยนต์เดินทางไปยังพระอุโบสถ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปรอประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในวันที่ 8 และ 9 เมษายน 2562 จากนั้นในเช้าวันที่ 10 เมษายน

โดยนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะเชิญคนโทน้ำอภิเษกโดยรถยนต์ออกจากวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง มุ่งหน้าไปยังจุดรวมพลน้ำอภิเษกของจังหวัดทางภาคใต้คือที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเชิญคนโทน้ำอภิเษกเคลื่อนขบวนพร้อมกันไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงมหาดไทยร่วมกับคนโทน้ำอภิเษกของทุกจังหวัดต่อไป ซึ่งขณะนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความพร้อมอย่างเต็มที่แล้วในการจัดพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

วัดเขาถ้ำม้าร้อง มีประวัติความเป็นมา ในอดีตที่พักสงฆ์มาแต่โบราณกาล ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่แหลมทอง พระภิกษุสงฆ์ชาวศรีลังกาและอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศไทยและประเทศพม่า พระสงฆ์ที่เผยแผ่พุทธศาสนา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทางต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่างๆ ในระหว่างปีพ.ศ.2385 ถึงปี พ.ศ. 2387 เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่บ้านหนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้หายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ แม้นจะส่งทหารเข้าไปค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ แต่ได้ยินเสียงม้าร้องเท่านั้น ภูเขาลูกนี้จึงได้ถูกขนานนามว่า เขาถ้ำม้าร้อง

ภายในถ้ำม้าร้องมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยและมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้ส่องสว่างแก่นักท่องเที่ยว โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนวอยู่ชิดผนังถ้ำ และมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้าอยู่ภายในถ้ำหากเดินตรงเข้าไปในถ้ำแล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ประมาณ 20-30 เมตร และเลี้ยวซ้ายจะเห็นลักษณะหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าและมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แห่งนี้จะไม่มีวันแห้ง

ซึ่งเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดเขาถ้ำม้าร้อง นำไปใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบ 5 รอบ 60 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2530 ณ พระที่นั่งชัยมังคลาภิเษก มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบ 6 รอบ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2542 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่