ลำปางถกปัญหามลพิษหมอกควันไฟป่า ย้ำต้องร่วมด้วยช่วยกันเป็นรูปธรรม

นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานประชุมคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ หัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และผู้ที่มีอำนาจสั่งการ รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากหน่วยงานสังกัดต่างๆ ในเขตพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ณ ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันประจำจังหวัดลำปาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง ทำการมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว และต้องทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2562 เป็นต้นมา

ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันของจังหวัดลำปาง ได้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จึงมีการเรียกประชุมคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการทุกหน่วยให้ดำเนินการปฏิบัติการตามแผนมาตรการเร่งด่วน โดยมอบหมายให้หน่วยงานอำเภอร่วมประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละตำบล เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการระดับพื้นที่เพื่อควบคุมเฝ้าระวังการเผาในบริเวณพื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยงและอยู่ในเขตรับผิดชอบของแต่ละอำเภอ แต่ละตำบล ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดกว่า 220 หมู่บ้าน ใน 44 ตำบล 13 อำเภอ โดยแนวทางการปฏิบัติกำหนดให้แต่ละพื้นที่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่า และจัดตั้งหน่วยลาดตระเวน ทำการเดินตรวจเฝ้าระวังการลักลอบจุดไฟเผาป่าในเขตพื้นที่ป่ากลุ่มเสี่ยงเป็นประจำทุกวัน ในหลายๆ ช่วงเวลา พร้อมให้แนบรูปถ่ายรายงานผลการปฏิบัติให้ทางศูนย์ War Room จังหวัดทราบก่อนเวลา 15.00 น. ของทุกวัน

อีกทั้งให้หน่วยงานระดับพื้นที่จัดกิจกรรมสนับสนุนส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เช่น เชิญชวนชาวบ้านร่วมเป็นจิตอาสาทำแนวกันไฟ สร้างฝายชะลอน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ นอกจากนี้ในมาตรการป้องปรามให้หน่วยงานระดับพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้การบังคับทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ห้ามมิให้มีการจุดไฟเผาทั้งในพื้นที่โล่งแจ้ง และพื้นที่ป่าในเขตรับผิดชอบอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นผู้กระทำผิดเผาในที่โล่งแจ้ง ต้องดำเนินคดีด้วยการว่ากล่าวร้องทุกข์ และหากเป็นการเผาในพื้นที่ป่าจะต้องดำเนินการสอบสวนสืบสวน ทราบให้ได้ว่ามีใครได้รับผลประโยชน์จากการจุดไฟเผาป่า

และสำหรับในส่วนของกรณีที่พบว่าในพื้นที่เริ่มที่จะมีหมอกควันมากขึ้นจนสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ให้หน่วยงานสาธารณสุขจัดส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อสม. ออกให้ความรู้เรื่องสุขภาพแนะนำข้อควรปฏิบัติแก่ประชาชนในชุมชนเขตท้องที่รับผิดชอบทันที รวมทั้งให้หน่วยงานระดับพื้นที่ได้มีการจัดจุดพักผ่อนปลอดมลพิษ หรือ Safety Zone เพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งสถานีวิทยุของหน่วยงานรัฐ เชื่อมโยงกับระบบเสียงตามสายของหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพในช่วงภาวะวิกฤต รวมไปถึงได้รับรู้เกี่ยวกับมาตรการการดำเนินงานของหน่วยงานส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์หมอกควันไฟป่า

โดยการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว เพื่อที่จะให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการคอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฯ ทำการสอดส่องดูแลรักษาเขตบริเวณพื้นที่ป่าภายในชุมชนของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าของจังหวัดลำปาง เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในเวลาที่กำหนด

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดลำปาง กดอ่านที่นี่