พาณิชย์ประจวบฯ ลงดาบปรับร้านอาหารหาดหัวหิน 1,000 บาทเท่านั้น

 

พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงดาบแรกแล้ว สั่งปรับหนึ่งพันบาท เจ้าของร้านอาหารหาดหัวหินที่นักท่องเที่ยวร้องเรียนบังคับสั่งอาหารเบิ้ล 2 บิล  หลังตรวจสอบพบพบจำหน่ายน้ำแข็งเกินราคาในเมนู  ขณะที่เจ้าของร้าอาหารเดินทางไปลงบันทึกประจำวัน สภ.หัวหิน  เพื่อให้เชิญตัวผู้โพสต์มาให้ปากคำ เพราะมั่นใจว่ามีการให้ข้อมูลไม่ตรงความเป็นจริง ด้านเทศบาลเมืองหัวหิน เตรียมเชิญจะของร้านมาทำทัณฑ์บนฐานทำผิดบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 22 ร้านค้า

ความคืบหน้ากรณี ผู้ใช้Facebookชื่อ นันทมนลักษณ์ วรธราธรณ์ โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านเฟชบุคส่วนตัว โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 ได้พาครอบครัวมาเที่ยวหัวหิน โดยได้พาครอบครัวไปเล่นน้ำทะเลที่ชายหาดหัวหิน และใช้บริการเตียงชายหาด ซึ่งพนักงานแจ้งว่า เตียงชายหาดนั่งฟรีแต่ต้องสั่งอาหาร โดยพนักงานระบุว่าต้องสั่ง 4 อย่าง แต่เมื่ออาหารมาเสิร์ฟปรากฏว่า เป็นอาหาร 4 อย่าง อย่างละ 2 ที่ เป็น 8 จาน ซึ่งพนักงานระบุว่า นั่งเก้าอี้ 8 ตัว ต้องสั่งอาหาร 2 บิล ซึ่งในวันนี้จ่ายค่าอาหารไปทั้งสิ้น 2,300 บาท รู้สึกว่าโดนบังคับสั่ง เหมือนปล้นกันชัดๆ ฝากหน่วยงานเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยว และไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ขอให้แจ้งลูกค้าให้เคลียร์  โดยข้อความดังกล่าวถูกแชร์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน โดยวันนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2562) นายธนนท์ พรรพีภาส(อ่านว่า พอน-ระ-พี-พาด) นายอำเภอหัวหิน,นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน,จ่าสิบเอกสมพร หงษ์ทอง หัวหน้าชุดร้อย รส.พื้นที่หัวหิน พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.หัวหิน, และผู้เกี่ยวข้องได้เดินทางลงพื้นที่ร้านค้าชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น โดยเข้าพบกับ เจ้าของร้าน คือ นางอารีย์ นุ่มเจริญ อายุ 67 ปี ,นางสมร อุ่นใจ ทำหน้าที่ปรุงอาหารที่ร้าน และพนักงานดูแลลูกค้า ซึ่งเปิดเผยว่า หนักงานเชียร์แขกได้มีการชี้แจงให้กับลูกค้าแล้วว่า กรณีสั่งอาหาร 4 อย่างนั่งผ้าใบฟรี 5 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มากันประมาณสิบคน จึงต้องสั่งอาหารเป็น 2 บิล หรืออาหารรวมทั้งหมด 8 จาน นอกจากนี้ยังมี น้ำมะพร้าวปั่น น้ำดื่มขวดใหญ่ น้ำแข็ง และน้ำอัดลม รวมราคาทั้งหมด 2,300 บาท โดยระบุว่า คนสั่งอาหารเป็นผู้หญิง ส่วนคนจ่ายเงินเป็นผู้ชาย ซึ่งอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน และยืนยันว่าทางร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มตามราคาที่ระบุในเมนู โดยราคาอาหารก็เป็นไปตามราคาท้องตลาด นอกจากนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าทางร้านค้ามีการทำเมนูเป็น สองแบบ คือสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยอ้างว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่นิยมสั่งอาหาร สั่งแต่เครื่องดื่ม แต่ก็พบว่า ราคาไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้นักท่องเที่ยวได้ ในเบื้องต้นเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องติดต่อทางผู้โพสต์มาให้ข้อมูลเพื่อความยุติธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยนายอำเภอหัวหิน ระบุว่า แม้จะเป็นราคาขายตามเมนูแต่บางอย่างก็มีราคาแพง รวมทั้งการชี้แจงเรื่องเตียงผ้าใบและการสั่งอาหารก็ยังไม่ชัดเจน

จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ,พันตำรวจเอกธนากร วงษ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน ,จ่าสิบเอกสมพร หงษ์ทอง หัวหน้าชุดร้อย รส.พื้นที่หัวหิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคบ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน, ได้เดินทางลงพื้นที่ร้านอาหารชายหาดหัวหินที่นักท่องเที่ยวโพสต์ร้องเรียนอีกครั้ง  โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่ สคบ. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบข้อมูล และเมนูอาหารของทางร้านดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งก็ตรวจพบการกระทำผิดซึ่งหน้า คือ จำหน่ายอาหารเกินราคาที่ระบุไว้ในเมนู โดยพบว่า ราคาน้ำแข็งที่ติดไว้ในเมนูไม่ตรงกับความเป็นจริงคือ ราคาที่ติดไว้ในเมนูอันแรก 20 บาท ส่วนเมนูอันที่ 2 ราคา 30 บาท  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเมนูมีราคาที่ไม่ตรงกัน ทั้งที่ความเป็นจริงควรตรงกันทุกเมนู  เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้แจ้งให้นางอารีย์ นุ่มเจริญ เจ้าของร้านอาหารร้านที่ 2 ริมหาดหัวหิน รับทราบและดำเนินการสั่งปรับทันที่เป็นเงิน 1,000 บาท  ส่วนกรณีที่สั่งอาหารแล้วทางร้านนำมา 2 ชุดนั้นในกรณีนี้ต้องให้เป็นกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากทั้งเทศบาลเมืองหัวหิน ต้องเชิญผู้ที่โพสต์มาให้ข้อมูล จึงจะดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ตามใสส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นกับพื้นที่หัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกลัว ที่จะต้องมาเจอกลับเหตุการณ์ลักษณะนี้

โดยในช่วงแรกทางร้านจะไม่ยอมให้ทางเจ้าหน้าที่พาณิชย์เปรียบเทียบปรับ และขอปรึกษาทางทนายความก่อน    ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ทราบว่า เป็นสิทธิ์ของร้านค้าหากไม่ลงนามรับ ทราบความผิด จากนี้ทางเจ้าหน้าที่สำนักพาณิชย์จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.หัวหิน  จากนั้นจะเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสามารถดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ซึ่งอัตราโทษสูงสุดคือปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาทขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนพิจารณา  ทำให้นางอารีย์ ยินยอมเซ็นในบันทึกการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

นอกจากนี้ นางอารีย์ นุ่มเจริญ เจ้าของร้านอาหารร้านที่ 2 ริมหาดหัวหิน   ยังได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีที่ผู้บริโภคมารับประทานอาหารที่ร้านเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาและโพสต์ข้อความที่ไม่เป็นจริง ทำให้เกิดความเสียหาย และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการเชิญผู้ที่โพสต์มาให้ปากคำต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธนากร วงษ์สิริลักษณ์ ผู้กำกับการ สภ.หัวหิน กล่าวว่า กรณีนี้ทางพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาข้อมูลที่เท็จจริงก่อน ถึงแม้ทางเจ้าของร้านจะมาลงบันทึกประจำวันไว้ก็ตาม ซึ่งก็คงต้องติดต่อสอบทางไปยังผู้ที่โพสต์กรณีที่มาทานร้านอาหารแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ทางพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะมีการสั่งปรับกับร้านอาหารชายหาดหัวหินแล้ว และจะต้องรอผลการสอบปากคำผู้โพสต์จากทางตำรวจแล้ว แต่เทศบาลเมืองหัวหิน เตรียมเรียกเจ้าของร้านอาหารมาทำทัณฑ์บน เพราะถือว่ากระทำผิดข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดหัวหินและผู้ค้าชายหาดหัวหิน 22 ราย อีกส่วนหนึ่งด้วย ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการกำหนดให้สั่งอาหาร 4 อย่างได้นั่งเตียงผ้าใบฟรี 5 ราย ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางอีกครั้ง

ข่าว/ภาพ  วิมล ทับคง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่