“เนื่องจำนง” วงแตก ? ผู้สมัคร ส.ส. 4 พรรค รวมตัวยื่นหนังสือตรวจสอบ พปชร.

ผู้สมัคร ส.ส. 4 พรรคการเมืองร้อง กกต.กลาง กรณีผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐทุจริตการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดชลบุรี ใช้รูปคนดังในใบปลิว , ป้ายเกินจำนวน และ ส่งคนไปชักนำผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายพายุ เนื่องจำนง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ , นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย , นายสมชาย เนื่องจำนง ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ และตัวแทนผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ระบุว่า นายสรวุฒิ เนื่องจำนง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ทำผิดกฏหมายการเลือกตั้ง 3 กรณี ได้แก่ การนำภาพของ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาใส่ในเอกสารแนะนำตัว , มีป้ายหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด และ มีการส่งผู้สนับสนุนไปชี้นำผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหน้าคูหา

 

นายพายุ เนื่องจำนง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในเอกสารแนะนำตัวของ นายสรวุฒิ เนื่องจำนง ปรากฏภาพของ
นายบุญยอด สุขถื่นไทย ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 42 ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะประชุมที่ประเทศใต้หวัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากตัวนายบุญยอด รวมถึงปรากฏภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงรายอื่นๆด้วย เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่ผู้ร้องเรียน มีนามสกุล “เนื่องจำนง” เหมือนกันถึง 2 คน ได้มีการคุยกันส่วนตัวก่อนหน้านี้หรือไม่ ? นายพายุ ระบุว่า ถึงแม้จะเป็นญาติกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถทำผิดกฏที่ตั้งไว้ได้ ส่วนตัวไม่ได้มีการคุยกันถึงเรื่องนี้ และเจ้าตัวก็ออกมาปฏิเสธในข้อกล่าวหาการทุจริตการเลือกตั้งด้วย

ส่วนกรณีที่ 2 คือ การติดตั้งและจัดทำป้ายหาเสียงเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ซึ่งพื้นที่ เขต 4 ติดตั้งได้เพียง 380 ป้าย แต่ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐกลับมีการผลิตและติดตั้งป้ายหาเสียงถึงกว่า 800 ป้าย โดยทีมงานของผู้ร้องเรียนระบุว่าได้มีการลงพื้นที่และนับจำนวนป้ายดังกล่าว รวมถึงรวบรวมภาพถ่ายเพื่อเป็นหลักฐานมาส่งยัง กกต. ในวันนี้ด้วย

สำหรับกรณีที่ 3 คือ ในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม หน้าคูหาเลือกตั้งที่ บ้านบึง จังหวัดชลบุรี มีชายคนหนึ่งเข้าไปชี้นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยผู้สังเกตุการณ์ของ พรรคเพื่อไทย ได้พบเห็นและรวบตัวส่ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำหน่วย และพบว่ามีความผิดจริงที่มีการชี้นำ ขณะที่ทีงานของผู้สมัคร รายงานว่า ในโทรศัพท์ของชายคนดังกล่าว มีรายละเอียดการติดต่อกับผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐด้วย รวมถึงพบกลุ่มแชททำงานของผู้สมัคร ส.ส. รายดังกล่าวด้วย ซึ่ง นายพายุ ระบุว่า ตำรวจดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวและไม่มีการเก็บหลักฐานในโทรศัพท์ชายคนดังกล่าวไว้

ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการร้องเรียนไปยัง กกต. จังหวัดชลบุรีไปแล้วก่อนหน้านี้ ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งภายในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ได้มีการเรียงร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ด้วย ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตุว่า รถขนหีบบัตรเลือกตั้งเดินทางใช้เวลานานกว่าปกติ รวมถึงมีความผิดปกติหลายอย่าง

โดยเป้าหมายในการร้องเรียนครั้งนี้มีเป้าหมายว่า ให้มีการตรวจสอบผู้สมัครรายดังกล่าว ทุจริตจริงหรือไม่ และหากทุจริตจริง อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น รวมถึงหาก กกต. ไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้หรือปฏิเสธคำร้อง จะมีการส่งเรื่องไปยัง ปปช. ต่อไป

“มีกฏไว้บังคับทุกคน แต่ทำไมผู้สมัครบางคนถึงสามารถทำผิดกฏได้” นายพายุ กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่