วัดสบรวกสามเหลี่ยมทองคำ สีขาวมุก แลนด์มาร์คแห่งใหม่เชียงแสน

เชียงราย-สล่าสองผัวเมียช่วยกันปั้นปูนรูปพญานาคสามหัวและโบสถ์สีขาว ตามจินตนาการงานศิลปะทางเหนือออกมาอย่างสวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าชม แลนด์มาร์คแห่งใหม่เชียงแสน

20 มีนาคม 2562 วัดสบรวกสามเหลี่ยมทองคำ  ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชื่อเดิมเวียงเก่า วัดสบรวกประมาณหลายร้อยปีตัววิหารได้ตั้งอยู่ติดริมน้ำโขง ต่อมาเกิดน้ำท่วมตัววิหาร หรือโบสถ์  ที่ติดริมน้ำ ทำให้ชาวบ้านได้ขยับขึ้นมาสร้างโบสถ์ ห่างขึ้นมาจากที่เดิม 500 เมตร ที่สูงขึ้นคือที่ตั้งปัจจุบัน ต่อมาหลังจากที่ย้ายที่ตั้งของตัวโบสถ์ขึ้นมาราว 09-100 ปี เกิดศึกสงครามในประเทศลาวเกิดมีสงครามภายในประเทศ ทำให้การยิงต่อสู้ทางอากาศ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณวัดซึ่งมีอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน ได้หนีเข้ามาหลบลูกปืนใหญ่ที่ยิงมาตก อยู่บริเวณชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ และอำเภอเชียงแสน  ชาวบ้านได้พากันหลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ภายในโบสถ์เวลามีการยิงกัน ขณะหลบในโบสถ์ได้มีลูกปืนใหญ่ตกลงมากลางวัด แต่ไม่แต่ชาวบ้านตื่นตกใจ ว่าลูกปืนไม่แตกคงเป็นพระประธานที่อยู่ในโบสถ์ คงปกป้องรักษาลอดมาได้ ต่อนั้นมาเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านใกล้เคียงเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2558 มีคนเก็บเครื่องเงินผสมทองแดงได้ในแม่น้ำรวกจำนวนหลายชิ้น นำมาถวายให้กับวัดสบรวกสามเหลี่ยมทองคำ นายฉลอง เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ออกไปตกปลาที่ริมแม่น้ำรวก ห่างจากปากแม่น้ำรวกประมาณ 1 กม. ขณะที่กำลังตกปลา ตนก็เหลือบไปเห็นขันจมอยู่ริมตลิ่งน้ำ ตอนแรกตนไม่กล้าหยิบเพราะคิดว่าเป็นขันที่เก็บกระดูกคนตายที่เอามาลอยน้ำ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นขันมีลวดลายต่างๆ สวยงามไม่เหมือนขันทั่วไปจึงหยิบขึ้นมาดู ภายในขัน พบ ช้อนโบราณกับกำไลข้อมือ จึงเอาของทั้งหมดวางไว้บนฝั่ง ไม่กล้านำกลับบ้านเกรงจะมีอาถรรพณ์ เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อนก็มีเพื่อนบ้านพบเครื่องแต่งกายโบราณในแม่น้ำรวก บริเวณใกล้เคียงกันนี้ แล้วนำไปเก็บไว้ที่บ้าน หลังจากนั้นก็มีคนตายในบ้าน  ของโบราณคาดว่าอดีตคนโบราณอาจจะนำสมบัติเหล่านี้มาฝังดินไว้ พอน้ำเซาะตลิ่งดินทรุดตัวลงในแม่น้ำเรื่อยๆ คนที่มาหาปลาจึงมาพบกับสมบัติโบราณนี้ปลายปี 2558 นายเสาร์แก้ว เลาดี หรือที่เรียกว่า สล่าเสาร์แก้ว อายุ 64 ปี พร้อมด้วยนางเรียม เลาดี อายุ 62 ปี ภรรยาคู่ใจ จากการได้เล่าเรียนศึกษาทางด้านงานศิลปะงานปั้นปูน ตามซากวัดเก่า ตามแหล่งเจดีย์เก่า โดยการปีนขึ้นต้นไม้ไปสะเก็ตภาพ และขุดหาซากวัดเก่าขึ้นมาเรียนรู้ จนสามารถปั่นรวดลายกนกแบบโบราณได้ สองสามีภรรยาจึงได้ออกไปสร้างจิตกรรมปูนปั้นตามวัดต่างๆ จนมีลูกศิษย์มาหลายรุ่น ที่สามารถออกไปรับงานปั้นปูน  ด้วยความวัยชราทั้งสองสามีภรรยา ว่า เราทั้งสองต้องกลับมาสร้างวัดที่บ้านเกิดของเรา ให้สวยงามเหมือนที่ได้ไปสร้างงานปั้นตามวัดต่างๆมา จึงพากันกลับมายังวัดบ้านเกิด วัดสบรวกสามเหลี่ยมทองคำ โดยทั้งสองนำเงินสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์จำนวนสามแสนกว่าบาท  ริเริ่มงานปั้นปูนที่ละนิดตามแรงศรัทธาชาวบ้านที่ช่วยสนับสนุน และพระครูบาบุญชุ่มได้ดำริให้สล่าเสาร์แก้ว ช่วยสร้างวัดให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านสล่าเสาร์แก้วพร้อมนางเรียม ภรรยา ลงมือทำตั้งแต่เช้ามืดของทุกวัน โดยให้ภรรยานางเรียมเป็นผู้ผสมปูนส่งให้ บางครั้งงานแล้วเสร็จมืดกว่าจะกลับถึงบ้าน ทางว่าที่ ร.ต.อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ ทราบข่าวจึงได้จัดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบสนับสนุนในการสร้างโบสถ์สบรวกสามเหลี่ยมทองคำสีขาวมุกขึ้น สองสามีภรรยาวัย 60 กว่าปีได้ช่วยกันปั้นโบสถ์วิหารขึ้นจนเป็นรูปร่างสีขาวสวยงาม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ สามเหลี่ยมทองคำอำเภอเชียงแสน นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มรู้ถึงความสวยงามของวัดสีขาวมุก จุดเด่นบันไดพญานาคสามหัวสีขาว และลวดลายตามพนังโบสต์ที่มีรวดรายสวยงาม ต่างพากันมาเซลฟี่ถ่ายรูปคู่กับวัด กลับไปอย่างประทับใจ ปัจจุบันวันสบรวกสามเหลี่ยมทองคำสีขาวมุกใกล้แล้วเสร็จ แต่ยังขาดยกช่อฟ้าใบระกา และตกแต่งส่วนต่างๆ จึงขอเชิญทำบุญสร้างวัดสบรวกสามเหลี่ยมทองคำสีขาวมุก กับสล่าเสาร์แก้วและนางเรียมภรรยา ติดต่อ 081-0356156

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงราย กดอ่านที่นี่