หนุ่มทหารอากาศเตรียมปลดถูกยิงทะลุเบ้าตาสาหัส ตำรวจมึนยังไม่ทราบสาเหตุ

หนุ่มทหารอากาศ กำลังเตรียมจะปลดประจำการ ถูกยิ่งทะลุเบ้าตาอาการสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 26 มกราคม 2561 ร.ต.อ. กันตพัฒน์  ชาวดอน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณหน้าร้านขายของชำเลขที่ 4 หมู่ 2 ซอยอุ่นอารีย์ ซอยย่อยแม่บัวขาว  ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสามูลนิธิปอเต๊กตึ้งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยแม่บัวขาว ได้พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อพลทหาร ทรงกลด  บุญสุขศรี อายุ 26 ปี สังกัดกรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน  มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หลังกกหูข้างขวาทะลุเบ้าตาข้างเดียวกัน อาการสาหัสอาสามูลนิธิและญาติได้ช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการก่อนแล้ว

จากการสอบถามนายก๊อฟ  คงดี อายุ 26 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เลิกขับวินรับจ้างแล้วจึงมาซื้อบะหมี่ ที่ร้านใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อที่จะกลับไปกินที่บ้านพัก ในขณะที่ตนยืนรออยู่ที่หน้าร้านบะหมี่ ได้เห็นกลุ่มผู้บาดเจ็บกำลังมีเรื่องและไล่ทำร้ายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่คาดว่ามีประมาณ 3-4 คน แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุตัวเล็กกว่าผู้บาดเจ็บ จึงสู้ไม่ได้ ก่อนที่ชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุจะชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดออกมาจ่อยิงเข้าที่ท้ายทอยของผู้บาดเจ็บ 1 นัดเสียงไม่ดังมาก ทำให้ผู้บาดเจ็บล้มลงไปฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้นถนน ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะแยกย้ายพากันวิ่งหนีเข้าไปในซอยดังกล่าว

ขณะเดียวกันทางด้านนางสินี  วงษ์บุญรอด อายุ 36 ปี พี่สาวของผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ผู้บาดเจ็บเป็นน้องชายตนซึ่งเป็นพลทหารอากาศโยธิน และช่วงนี้เป็นช่วงพักก่อนปลดน้องชายตนจึงได้กลับมาที่อยู่บ้าน โดยก่อนเกิดเหตุได้มีโทรศัพท์เข้ามาหาผู้บาดเจ็บหลายสายซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าใครโทรเข้ามาเนื่องจากผู้บาดเจ็บออกไปคุยที่นอกบ้าน ก่อนที่จะบอกกับตนว่าจะออกไปซื้อโจ๊กมากิน แต่จะพาแฟนสาวไปส่งที่บ้านพักซึ่งอยู่ในซอยโอ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 2 ซอย  หลังจากที่ผู้บาดเจ็บขี่จักรยานยนต์ออกไปส่งแฟนสาวได้พักใหญ่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีเพื่อนบ้านขี่รถเข้าไปตามที่บ้านว่าผู้บาดเจ็บมีเรื่องและถูกยิงบาดเจ็บสาหัสตนจึงรีบออกมาดู และพาส่งโรงพยาบาล แต่ยืนยันได้ว่าน้องชายตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครอย่างแน่นอน แต่จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้บาดเจ็บไม่พบเบอร์ที่โทรเข้ามาหาผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด คาดว่าหลังผู้บาดเจ็บรับสายแล้วน่าจะทำการลบประวัติคนที่โทรเข้าออก

ด้านนายคิม  กงแก้ว อายุ 21 ปี ชายต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับได้ที่ท้ายซอยที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมา ได้ให้การวกวนไปมาพอจับใจความได้ว่า พักอยู่ในย่านประเวท และในวันนี้มานั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ย่านเทพารักษ์และพากันขับขี่รถจักรยานยนต์มาบ้านเพื่อนที่อยู่ในซอยที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุตนและพวกขี่รถจักรยานยนต์ยนต์กันมา 3 คน โดยขี่รถมา 2 คัน ระหว่างที่ขี่เข้ามาในซอยดังกล่าวได้ขี่ไปปาดหน้ารถตุ๊ก ๆ เข้าทำให้คนขับรถตุ๊ก ๆ ไม่พอใจได้ขับตามหลังมาและมีปากเสียงกัน โดยที่ไม่รู้ว่าผู้บาดเจ็บ เข้ามาตอนไหนระหว่างนั้นผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงเป็นชายรูปร่างเล็ก ได้ชักอาวุธปืนแบบลูกโม่ออกมายิงใส่ผู้บาดเจ็บ 3 นัดแต่กระสุนด้านยิงไม่ออก แต่พอนัดที่ 4 ผู้ก่อเหตุได้จ่อยิงที่ศีรษะผู้บาดเจ็บ ปรากฏว่ากระสุนไม่ด้านพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะด้านหลังของผู้บาดเจ็บ 1 นัด และฟุบลงไปกองกับพื้นตนเห็นดังนั้นจึงได้วิ่งหนีตายเข้าไปในซอยดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างที่ผู้บาดเจ็บขี่รถไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักแล้วกลับมากินโจ๊กที่ร้านท้ายซอยและกำลังจะขี่รถกลับเข้าบ้านระหว่างทางอาจมีเรื่องกับวัยรุ่นในละแวกนั้นถึงขั้นลงมือชกต่อยกันแต่ผู้ก่อเหตุอาจสู้ไม่ได้จึงได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงผู้บาดเจ็บ จนผู้บาดเจ็บล้มฟุบลงไปนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ก่อนที่จะแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่