คาบน้ำมันดีเซลลอยเหม็นในแม่น้ำโขงชาวบ้านแตกฮือ เจ้าท่าโบ้ยต้นเหตุเกิดนอกประเทศ

เชียงราย-ชาวเชียงแสนเหม็นกลิ่นน้ำมันคล้ายน้ำมันดีเซลอย่างรุนแรง ลอยมาตามลำแม่น้ำโขง จนทำผู้ที่มานั่งทานอาหารต่างลุกหนีกัน 

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 13 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่นั่งทานอาหารบริเวณร้านอาหารริมเขื่อนกันตลิ่ง ถนนริมโขงตั้งแต่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนไปถึงหน้าวัดพระขาวป้านว่า เหม็นกลิ่นน้ำมันคล้ายน้ำมันดีเซลอย่างรุนแรง ลอยมาตามลำแม่น้ำโขง จนทำผู้ที่มานั่งทานอาหารต่างลุกหนีกัน จึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับ พ.ต.ท.กิตติชัย เรือนนำวัฒนา รองผกก.ป.สภ.เชียงแสน และตำรวจชุดสายตรวจ ไปตรวจที่บริเวณหน้าวัดปงสนุก ในเขตเทศบาล ก็ได้กลิ่นเหม็นน้ำมันอย่างรุนแรง แต่เนื่องจากน้ำโขงบริเวณนั้นมืดทำให้มองไม่เห็นคาบของน้ำมัน  ขณะที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบกลิ่นเหม็นของน้ำมัน ก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่มาออกกำลังที่ลานออกกำลังหมู่ที่ 3 ประมาณ 20 กว่าคน ว่าขณะที่ออกกำลังกันอยู่ก็เหม็นกลิ่นน้ำมากจนทนไม่ไหวบางคนถึงถอนตัวกลับบ้าน เกรงว่าสูดกลิ่นเหม็นเข้าไปจะเป็นอันตรายกับปอด บ้างก็เอายาดมมาดมดับกลิ่นเหม็นจากการสอบถามนายสุรนาท ศิริโชค ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงรายได้แจ้งว่า ได้ทราบว่ามีคาบน้ำมันและมีกลิ่นลอยมาตั้งแต่ประมาณบ่ายโมง ตรวจสอบเป็นคาบน้ำมันที่ไหลมาทางจากเหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปในเขตประเทศเมียนมา และประมาณ 5โมงเย็นได้รับแจ้งจากทางท่าเรือห้าเชียง สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ต.เวียง ว่าเหม็นกลิ่นน้ำมันมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตนก็ทนเหม็นมาตั้งแต่ช่วงบ่ายๆแล้ว นอกจากนี้ชาวบ้านได้โพสต์ลงในเพจกลุ่มรักเชียงแสน มีผู้ใช้ชื่อว่า โต๊ะ มาเลย์สตาร์ ได้โพสต์ว่า “หน่วยงานไหนมีหน้าที่รับผิดชอบ มีเรือทิ้งน้ำมันลงในแม่น้ำโขงตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้ว ตอนนี้กลิ่นน้ำมันเหม็นไปทั่วเมืองแล้วครับ” ซึ่งมีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ทางพระขุนเดช พรมสวัสดิ์ วัดใหม่ดอนสว่าง ตำบลกลางดง อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า อาตมาได้รับแจ้งจากลูกศิษย์ที่อยู่เชียงแสนว่า คาบน้ำมันที่เหม็นจำนวนมากลอยน้ำโขง ก็เป็นห่วงประมงพื้นบ้าน ผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่อยู่ในแม่น้ำโขง อ.เชียงของ ที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนงแรง หากไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากทางการ ให้เตรียมรับกับคาบน้ำมัน เพราะคาบน้ำมันมหาศาลจะไหลถึง อ.เชียงของ อ.เวียงแก่น จึงได้ส่งข้อความไปให้กับผู้ว่าราชการทราบ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้สั่งการให้ทางนายอำเภอเชียงแสน ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงราย กดอ่านที่นี่