ผู้จัดวิ่งห่วยแตกนครพนม!! เลื่อนมอบเงิน ร.พ.ฯเป็นครั้งที่ 3 โดยไม่มีกำหนด

นครพนม – วันที่ 14 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยวันที่ 13 ก.พ.(วานนี้) จะเป็นวันที่ นายพชรวัฒน์ นวกุลภูวนันท์ หรือโหน่ง ศิษย์เก่าโรงเรียนมีชื่อของจังหวัดนครพนม รุ่น 35 ผู้จัดการแข่งขันเดิน-วิ่ง นครพนมซุปเปอร์ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 1ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นำเงินรายได้หลังจากการแข่งขันมอบให้แก่โรงพยาบาลนครพนม นำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ตามที่ได้อ้างถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานดังกล่าว ปรากฏว่านายโหน่งกลับอ้างกับ นายแพทย์ยุทธชัย ตริสกุล ผอ.ร.พ.นครพนม ว่าขณะนี้กำลังเคลียร์เกี่ยวกับการจัดส่งเสื้อกีฬาแก่ผู้แข่งขันยังไม่เสร็จ จึงขอเลื่อนการมอบเงินออกไปโดยไม่กำหนด ทำให้ชาวจังหวัดนครพนมที่ติดตามข่าวดังกล่าว รู้สึกผิดหวังต่อการกระทำของผู้จัด เพราะมีการเลื่อนนัดมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือหลังเกิดเรื่องจัดงานวิ่งมาราธอน ที่มีคนบอกเป็นงานวิ่งที่ห่วยแตก นายโหน่งผู้จัดก็ออกมาเผยว่าจะเร่งมอบเงินตามที่กล่าวอ้างไว้ ภายในวันที่ 31 ม.ค. แต่ก็มาขอเลื่อนเป็นวันที่ 13 ก.พ. คราวนั้นอ้างยังเคลียร์บัญชีไม่แล้วเสร็จ สุดท้ายถึงวันนัดก็มาขอเลื่อนเป็นครั้งที่ 3 อ้างสาเหตุติดขัดเรื่องเสื้อกีฬาจัดส่งยังไม่เสร็จ และไม่กำหนดวันที่จะส่งมอบเงิน จึงมีความเชื่อว่านายโหน่งจะซื้อเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ 

กิจกรรมเดิน-วิ่งห่วยแตกนี้ นายโหน่งเปิดแถลงข่าว ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เมื่อวันที่ 4 ม.ค.62 ในห้องประชุมบริหาร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครพนม แถลงถึงการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง นครพนมซุปเปอร์ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 1 โดยมี นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.นครพนม เป็นประธาน พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องด้านการกีฬาของจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร,ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.),ท่องเที่ยว,ทหาร,บุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างคับคั่งนอกจากนี้ยังมี ร.ต.อ.ธนฤทธิ์ หล้าพ่วง ผู้ประสานงานโครงการมิราเคิล ออฟไลฟ์ เป็นผุ้แทนของ ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมแถลงถึงการจัดงาน โดยอ้างรายได้หลังจากหักใช้จ่ายแล้ว จะจัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ดิจิตอล ราคาประมาณ 1,000,000 บาทเศษ มอบแก่ ร.พ.นครพนม  อีกส่วนหนึ่งจะมอบให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์

กระทั่งถึงวันที่ 13 ม.ค. ปรกฎว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายที่ร่วมงานเดิน-วิ่งในรายการดังกล่าวที่จัดขึ้นที่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เริ่มแข่งขันเมื่อเวลา 05.00 น. ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นในเพจสาธารณะชื่อดังของจังหวัดนครพนม  ต่างแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงานดังกล่าวห่วยแตก  และสร้างความผิดหวังให้ผู้มาร่วมงาน  พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้จัดงานออกมาขอโทษชาวจังหวัดนครพนม

โดยผู้ใช้เพจบุ๊กบางรายโพสต์ระบุว่า เดินทางมาจากต่างจังหวัด สมัครวิ่งครั้งนี้ตนมีเป้าหมายเพื่อวิ่งชมบรรยากาศ และวิวตลอดเส้นทางของการแข่งขัน โดยไม่ได้มุ่งหวังรางวัลใดๆ พอถึงเส้นชัยตั้งใจจะเอาเหรียญมาถ่ายภาพแอ๊คชั่นโชว์เพื่อน  ได้รับคำตอบว่าเหรียญหมด นอกจากนี้ยังมีผู้โพสต์แสดงความเห็นเรื่องเสื้อว่า ระบบจัดงานห่วยแตกมาก  ตั้งแต่เลื่อนวันและเวลารับเสื้อ แต่ก็วิ่งจนเข้าเส้นชัย สุดท้ายก็ยังไม่ได้เสื้อ  ซึ่งการวิ่งมีระยะ 10 ก.ม.กับ 25 ก.ม. ขาไปน้ำดื่มมีเพียงพอ  ขากลับน้ำดื่มไม่มี  เหลือแต่น้ำอัดลม  ส่วนเหรียญนักวิ่งต้องได้ทุกคนกลับไม่พอเพียง  ได้รัยคำตอบแบบไม่มีหางเสียงว่าหมด ด้านอาหารการกินมีรองรับ  แต่ไม่มีคนตักแจก นักวิ่งต้องตักกินเอง ผลไม้ก็เยอะดีกองอยู่เต็ม  โดยเฉพาะแตงโมเป็นลูกๆไม่มีคนปลอก  กล้วยก็กล้วยดิบ จึงมีนักวิ่งหอบแตงโมกลับบ้านกันคนละลูกสองลูก พร้อมระบุตบท้ายว่า  เป็นงานแข่งขันวิ่งประเดิมแรกแห่งปี บอกเลยว่าสงสารงานวิ่งต่อไปมาก

ต่อมา  ร.ต.อ.ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ กล่าวขอโทษนักกีฬาที่ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจ ในกระบวนการทำงานและประสานงาน และขอยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

หลังงานวิ่งผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นทางจังหวัดนครพนม ได้เชิญนางบุญร่วม ปริปุณณะ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาบาลนครพนม และ น.ส.นันทิยา โรจนาพงษ์ นักรังสีการแพทย์ชำนาญการพิเศษ มาให้รายละเอียดแก่ผู้เข้าฟังการชี้แจง มีนายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผวจ.ฯ เป็นประธาน ขณะกำลังสอบถามถึงอนุญาตให้มีการจัดงานเดินวิ่งดังกล่าว ปรากฏว่า นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ซึ่งอยู่ในระหว่างไปราชการที่กรุงเทพฯ โฟนอินเข้ามาสอบถามความคืบหน้า และซักถามตัวแทนของโรงพยาบาลนครพนมทางโทรศัพท์

ซึ่ง น.ส.นันทิยาฯ ยอมรับว่ารู้จักกับนายพชรวัฒน์  นวกุลภูวนันท์ หรือโหน่ง ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นปิยะ 35 เจอกันครั้งวันเลี้ยงศิษย์เก่าปิยะเมื่อเดือนตุลาคม 61 โดยนายโหน่งอยากจะตอบแทนบุญคุณบ้านเกิด ด้วยการกีฬาเดินวิ่งแข่งขัน พร้อมกับอ้างจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปจัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ดิจิตอล น.ส.นันทิยาฯเห็นว่าเป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน จึงเป็นสะพานพานายโหน่งเข้าพบผู้บริหารโรงพยาบาล ส่วนเรื่องการดำเนินงานต่างๆนายโหน่งรับไปจัดการเองหมด กระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

นายสยามฯ ผวจ.นครพนม แนะนำให้ทางโรงพยาบาลนครพนม มีหนังสือสอบถามไปยังมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานให้ชัดเจน เพราะเป็นปัญหาของคนนครพนมทั้งจังหวัด ที่ต้องมารองรับความเสียหาย แต่ไม่ใช่หาตัวคนผิด เพราะโครงการดังกล่าวดี แต่ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ซึ่งตัวแทนของโรงพยาบาลฯ รับจะเร่งทำหนังสืออย่างเร่งด่วน ขณะที่นายโหน่งหลังเกิดเรื่องก็เก็บตัวเงียบ อ้างว่ายังไม่พร้อมให้รายละเอียดใดๆ

หลังเกิดเหตุการณ์วิ่งห่วยแตก ทางจังหวัดนครพนมก็เตรียมวางมาตรการ พิจารณาผู้ที่จะมาขอจัดการแข่งขันภายในจังหวัด โดยหน่วยงานใดต้องการจัดต้องมีหนังสือถึงจังหวัดตรวจสอบก่อน และจะออกหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร สั่งการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในเบื้องต้นรับทราบด้วยวาจาแล้ว

แต่ขณะเดียวกันมีกลุ่มมิจฉาชีพ ได้แอบอ้างจัดการแข่งขันวิ่งในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยตั้งชื่อเพจในเฟสบุ๊กว่า “ธาตุพนมมาราธอน” เชิญชวนนักวิ่งเข้าสมัคร และจะวิ่งในวันที่ 17 ก.พ.นี้ แต่มีคนในอำเภอธาตุพนมออกมาขวาง งานดังกล่าวจึงล้มเลิกไป ต่อมากลุ่มเดิมได้ไปตั้งเพจใหม่ชื่อ “วิ่งบ้านลุงโฮ” แอบอ้างว่าจะจัดวิ่งในวันที่ 19 พ.ค.62 ณ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อรำลึกถึงวันเกิดประธานโฮ จิ มินห์ และอ้างว่าดำเนินการจัดงานโดยชมรมเดิน-วิ่ง วันประวัติศาสตร์ไทยลูกพระธาตุพนม และจากประวัติของกลุ่มมิจฉาชีพนี้  เคยทำลักษณะนี้มาแล้วหลายจังหวัด ได้เงินครั้งละหลายแสน พื้นเพเป็นคนจังหวัดพิจิตร ถูกศาลฯมีคำสั่งลงวันที่ 10 เม.ย.2561 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของมิจฉาชีพรายนี้พร้อมกับเมีย คือเป็นบุคคลล้มละลาย

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่