วาเลนไทน์ระนองเงียบเหงาพิษเศรษฐกิจทำยอดขายดอกไม้วูบกว่า 50%

วาเลนไทน์ระนองเงียบเหงาพิษเศรษฐกิจทำยอดขายดอกไม้วูบกว่า 50%

ระนอง— ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดระนอง รายงานบรรยากาศวันวาเลนไลน์ในเขตพื้นที่ จ.ระนองพบมีความเงียบเหงากว่าทุกๆ ปี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะปัญหาผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้พ่อแม่นักเรียนให้เงินมาซื้อดอกไม้ของขวัญลดลง ทำให้บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบเหงา นักเรียนที่เคยซื้อดอกไม้คนละหลายๆดอกในปีที่ผ่านมา ในปีนี้กลับซื้อคนละ 1-2 ดอก และเลือกซื้อดอกไม้ราคาไม่แพง 5-15 บาท เป็นส่วนใหญ่ ส่วนดอกไม้ที่ขายเป็นช่อละ 50 บาท และ 100 บาท แทบจะขายไม่ได้เลย และหากประเมินยอดการขายดอกไม้ และของขวัญในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ในปีนี้พบว่ายอดขายลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 50% ซึ่งถือว่าเงียบมาก

ปีนี้พบว่าดอกไม้จากภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย มีผลผลิตน้อยกว่า ทั้งยังมีราคาสูงอันเป็นผลกระทบจากพิบัติภัยธรรมชาติและสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ส่วนดอกไม้ที่ปลูกในพื้นที่ภาคใต้แทบจะไม่มีส่งเข้าสู่ตลาดเนื่องจากประสบความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงใกล้เทศกาลวันวาเลนไทน์แม่ค้าในเขตพื้นที่ จ.ระนองได้หันไปสั่งนำเข้าดอกไม้ทั้งดอกกุหลาบ,คาเนชั่น,ลิลลี่ จากประเทศมาเลเซียเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลน อีกทั้งพบว่าดอกไม้จากมาเลเซียเป็นดอกไม้ที่มีคุณภาพดีกว่าดอกไม้จากภาคเหนือของไทยแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าแต่พบว่าทั้งคุณภาพของดอก ขนาด และความสวย รวมถึงสามารถคงอายุได้นานกว่าดอกไม้จากภาคเหนือของไทย โดยดอกไม้ไทยเมื่อแกะกล่องบรรจุจะต้องจำหน่ายให้หมดภายใน 2-3 วัน ก้านดอกก็จะอ่อน ดอกก็จะหมองคล้ำและโรย แต่ดอกไม้ที่นำเข้ามาจากมาเลเซียจะคงทนอยู่ได้นานประมาณ 7-10 วัน ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าระดับบีขึ้นไป ส่วนราคาจำหน่ายระหว่างดอกไม้จากภาคเหนือของไทยและจากมาเลเซียจะแตกต่างกันพอสมควร โดยดอกไม้อาทิดอกกุหลาบจากภาคเหนือขนาดดอกปกติราคาขายปลีกดอกละ 10 บาท แต่ของมาเลเซียจะจำหน่ายในราคา 30-50 บาท
นายภานุพงษ์ นักเรียน กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นจะไม่นิยมซื้อดอกไม้เช่นในอดีต เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจภายในครอบครัว อีกทั้งหันมานิยมการส่งดอกไม้เป็นรูปภาพผ่านทางสื่อโซเชี่ยลแทน ซึ่งทำง่ายสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งมีความรู้สึกว่าทันสมัย รวดเร็วทั้งยังส่งให้เพื่อนได้เป็นจำนวนมากหลายๆคนในคราวเดียวกัน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดระนอง กดอ่านที่นี่