พปชร.โชว์นโยบาย ลดเก่าแลกรถ EV แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม กทม.

อุตตม สาวนายน

พรรคพลังประชารัฐประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อม ชู 3 นโยบายลดปัญหามลภาวะใน กทม. รถเก่าแลกรถ EV, ลดการก่อสร้าง, เปิด 50 เขต 50 สวนหวังฟอกปอดคนกรุง พร้อมเตรียมเชิญพล.อ.ประยุทธ์ร่วมหาเสียง

นายอุตตม สาวนายน
นายอุตตม สาวนายน

12 ก.พ. 62 – นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายังสวนเบญจสิริ พร้อมขับรถตุ๊ก ๆ EV  ต้นแบบ พร้อมด้วย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, วทันยา วงษ์โอภาสี (มาดามเดียร์), นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขับรถจักรยานยนต์ EV ต้นแบบ วนรอบบริเวณหน้าสวนเบญจสิริ ก่อนขับเข้าสู่บริเวณหน้าเวที ร่วมพูดคุยกับประชาชนและประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรค

นายอุตตม กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐรังสรรค์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจากการลงพื้นที่พบประชาชนชาวกรุงเทพฯ และประมวลข้อมูลด้านเทคโนโลยีที่จะนำเสนอเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร โดยนโยบายด้านสิ่งปวดล้อมของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้อยู่ภายใต้สโลแกน “ทำได้จริง ทำได้ทันที” 3 นโยบาย ได้แก่

นโยบายแรก รณรงค์ใช้รถขนส่งสาธารณะเป็น EV ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด เพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศและมลภาวะทางเสียงซึ่งเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯต้องเผชิญมาตลอด

โดย นายพุทธิพงษ์ กล่าวเสริมว่า นโยบายใช้พลังงานไฟฟ้าในรถขนส่งสาธารณะสืบเนื่องจากรัฐบาลปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการลดใช้รถดีเซลอย่างจริงจัง โดยนโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะส่งเสริมให้ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนตลอดเวลา

ในระยะแรกจะออกนโยบาย “เอารถเก่ามาแลกอีวีได้ส่วนลด 1 แสนบาท” พร้อมกันนี้พรรคพลังประชารัฐยังมีการศึกษาเรื่องภาษีของรถพลังงานไฟฟ้า ตั้งเป้าทำให้รถอีวีมีราคาถูกกว่ารถพลังงานปกติ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ใช้รถอีวีได้

นอกจากนี้ยังมีการตั้งกองทุนให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่เป็นทุนให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถผ่อนรถ เพื่อให้มีรถเป็นของตัวเอง

พปชร.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

นโยบายที่ 2 นโยบาย “พักกรุงเทพ 5/2 ก่อสร้าง 5 วันหยุด 2 วัน” โดยจะขอความร่วมมือองค์กรที่ดำเนินงานด้านการก่อสร้าง เพื่อลดการก่อสร้างในแต่ละสัปดาห์ลง เพื่อลดการเกิดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง โดย จะต้องหารือถึงรายละเอียดต่อไป

นโยบายที่ 3 นโยบาย 50 เขต 50 สวน ฟอกปอดให้คน กทม. โดยจะต้องหาวิธีทำให้กรุงเทพมีพื้นที่สีเขียว ในลักษณะของสวนสาธารณะทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งเป็นนโยบายที่จะทำทันทีและมั่นใจว่าทำได้อย่างแน่นอน

“เราอยากให้ปอดคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องกลัวที่จะหายใจ อยากให้หายใจได้เต็ม ๆ อยากให้รู้สึกว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่น่าชื่นชม เพื่อชีวิตที่ดีต่อไปกับคนกรุงเทพในวันข้างหน้า โดยหลังจากนี้คนของพรรคจะลงพื้นที่เพื่อแจงนโยบายเหล่านี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง” นายอุตตม กล่าว

นอกจากนี้ทางพรรคจะมีจัด ครม. กทม. คล้ายกับการประชุม ครม. ทุกวันอังคาร โดยสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจะออกพบปะประชาชนคนกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร เพื่อเสนอนโยบายต่าง ๆ ให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ร่วมรับฟัง

นายอุตตม สาวนายน
นายอุตตม สาวนายน

ทั้งนี้ นายอุตตม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าพรรคพลังประชารัฐยื่นชื่อนายประยุทธ์จันทร์โอชาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก่อนที่จะมีการยินยอมจากเจ้าตัวว่า ไม่มีความกังวลในประเด็นนี้เนื่องจากฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังมองว่าไม่มีอะไรที่ขัดต่อกฎระเบียบตั้งแต่ต้น พปชร.ทำตามกระบวนการทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นการเข้าร้องเรียนของคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย) ไม่ได้สร้างความกังวลใจใด ๆ

ส่วน กรณีที่พลเอกประยุทธ์ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างที่ลงแคนดิเดตนายกฯนั้น ทางพรรคไม่มีความกังวลเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีความขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องของการเลือกตั้ง

ขณะนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐมีการหารือกันถึงการเชิญ พลเอกประยุทธ์ มาร่วมหาเสียงนอกเวลาราชการ ว่าจะสามารถดำเนินการได้แค่ไหนอย่างไร ทั้งนี้ทางพรรคจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายและให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ใช่ ฉะนั้นจึงไม่สามารถกล่าวได้ว่าพรรคพลังประชารัฐได้เปรียบพรรคอื่น ๆ เพราะว่ามีการดำเนินตามกระบวนการขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งยังมองว่ากระแสของพรรคพลังประชารัฐดีวันดีคืน โดยเฉพาะหลังเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ชิงเก้าอี้นายก ทำให้กระแสดีขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ นายอุตตม ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ซักถามถึงประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะมีการรัฐประหารอีกครั้งว่า “เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าประเทศไทย กำลังก้าวสู่หนทางบนถนนประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยที่พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าต้องเป็นของคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าจะเกิดขึ้นตามนั้น”

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่