สารกันบูดเต็มแผ่นดินวอนทุกคนใส่ใจ หาความรู้ ลดความเสี่ยงจากอาหาร

นักวิชาการปลุกให้ทุกฝ่ายหาความรู้ ลดความเสี่ยงจากอาหารที่เต็มไปด้วยสารกันบูด,สารแต่งกลิ่น,แต่งสี,แต่งรส  มึน! ไร้ข้อกำหนด ปริมาณเหมาะสมที่ชัดเจน เผยมีในอาหารแทบทุกชนิดเข้าสู่ร่างกายวันละมหาศาล

อุบลราชธานี : นางสาวกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ให้สัมภาษณ์กับทีวีชุมชนอุบลราชธานี ถึงการตั้งข้อสังเกตกับอาหารต่าง ๆ ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดว่ามีสารปรุงแต่งในจำนวนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ และอยากให้ทุกครอบครัวได้ช่วยกันคิด ช่วยกันใส่ใจว่าทุกวันนี้เราเอาอะไรให้ลูกหลานของเรากินทุกวัน ยกตัวอย่าง ขนมปังยี่ห้อหนึ่ง เมื่ออ่านฉลาก จะเห็น ส่วนประกอบที่สำคัญเป็น แป้งสาลี ปูอัดมายองเนส มาการีน นมผง ยีสต์ เกลือเสริมไอโอดีน ส่วนนี้เป็นพื้นฐาน

ที่ตั้งข้อสังเกตก็คือเราจะเห็นการใช้วัตถุกันเสีย (INS202  INS211  INS282)  , เจือสีธรรมชาติ (INS160a(ii) , เจือสีสังเคราะห์ (INS102  INS150c) , แต่งกลิ่นธรรมชาติ , แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ , วัตถุเจือปนอาหาร เช่น  (INS170(i)  INS300  INS330  INS415  ฯลฯ (INS = International Numbering System for Food Additives)

ขนมห่อนี้ 50 กรัม ราคา 12 บาท มีสารปรุงแต่งรสที่บอกบนฉลาก 16 ชนิด อาจจะมีที่เห็นว่าไม่สำคัญและไม่บอกอีก เพื่อกันบูด แต่งกลิ่น แต่งสี ช่วยให้มีความข้นหนืด ช่วยให้มีความคงตัว ปรุงรส สารฟอกขาว สารควบคุมความเป็นกรด สารควบคุมไม่ให้ออกรสเปรี้ยว ใส่ควบคุมความเป็นกรดแล้วยังใส่กันเปรี้ยวพร้อมอีกหลายตัว เพื่อให้มีรสชาติที่ดี มีกลิ่นที่ถูกใจ วางอยู่บนชั้นวางได้ยาวนาน

ที่สำคัญก็คือพบว่าส่วนใหญ่แล้วไม่มีข้อกำหนดเรื่องการใส่ ว่าปริมาณเท่าไหร่จึงจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย กำหนดเพียงว่าใส่ตามความเหมาะสม ก็สงสัยว่าขนาดไหนจึงจะเหมาะสม ตนเคยคุยกับผู้เชี่ยวชาญบอกว่าของพวกนี้ถ้าใส่เยอะ จะไปทำลายรสชาติทำให้อาหารไม่อร่อย เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเขาไม่ใส่มากเกินไปแน่! นี่เพียงแค่ขนมปัง 50 กรัมชิ้นเดียว แต่ในชีวิตจริงเรากินอะไรกันบ้าง ขนมกรอบแกรบ กรุบกรอบ อบกรอบ มันฝรั่งทอด แป้งข้าวโพดทอด บะหมี่สำเร็จรูป ไปกินผัดกระเพรา น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว ผงปรุงรสต่าง ๆ ก็มีสารแบบเดียวกัน

คำถามคือวันหนึ่งทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ รับไปเท่าไหร่  กลไกการป้องกันของร่างกายแต่ละวัน เกินปริมาณที่ร่างกายรับได้เท่าไหร่ ไม่มีความรู้ วิชานี้ยังไม่มี ไม่มีการวิจัย แม้หลักฐานว่าจะเกิดอันตรายอย่างไรก็ยังไม่มี แต่ถ้าใช้สามัญสำนึกง่าย ๆ ตนคิดว่ายิ่งน้อยยิ่งดี ขนาดของมีประโยชน์ยังบอกไม่ได้เลยว่าควรจะรับเข้าร่างกายกี่แครอรี่ แล้วแบบนี้จะนับกันไหวไหมว่าวันนี้เรากินสารกันบูดไปเท่าไหร่แล้ว

ทางออกทางโครงการกินเปลี่ยนโลก ก็พยายามเสนอโมเดล พยายามหาขนมทางเลือก กล้วยฉาบ ข้าวเกรียบ ไม่ต้องปรุงรสก็ได้ บะหมี่สำเร็จรูปใส่เครื่องปรุงน้อย ๆ ผักเยอะ ๆ ขนมหน้าโรงเรียนให้มีตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพแต่ละโรงเรียนทำได้ เราควรปรับลูกหลาน อย่าตามใจปากมากเกินไป ทำมาหลอกล่อ ลิ้นก็ไม่รับของธรรมชาติช ต้องเริ่มฝึก เริ่มตัด ทั้งบ้านทั้งโรงเรียน แต่ละจังหวัด มีคุณค่า ความปลอดภัย ให้ความเสี่ยงลดลง เป็นปัญหาของพวกเราทุกคน

ข่าวโดย : สุชัย เจริญมุขยนันท

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น