ถูกโกงเงิน แถมยังถูกขู่ฆ่าสาวแม่บ้านเกาหลี โร่แจ้งความร้องทุกข์

ถูกขู่เอาชีวิต

ฉะเชิงเทรา – ถูกโกงเงิน ไม่พอแถมยังถูกขู่ฆ่าจะเอาถึงชีวิต สาวไทยแม่บ้านเกาหลีถูกเพื่อนแม่บ้านรุ่นใหญ่เชิดเงินกว่า 170 ล้านวอนหรือเกือบ 5 ล้านบาท ขึ้นโรงพักเข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ขณะตำรวจเร่งช่วยติดตามตัวให้แล้วแต่ยังควานหาตัวไม่พบ หลังคู่กรณีอ้างยังอยู่ต่างจังหวัด

วันที่ 30 ม.ค.62 เวลา 15.45 น. น.ส.ศิวพร ปัดนัย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 ม.11 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง พรพรรณ บุญค้ำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีต่อนางภูรดา สมบูรณ์พงษ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1/9 ถ.ศุขประยูร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

ถูกโกงเงิน

หลังจากถูกคู่กรณีฉ้อโกงเงินไปจำนวน 4.76 ล้านบาท และยังมีการโพสต์ข้อความข่มขู่ฆ่าหรือจะเอาชีวิต จึงทำให้เกิดความหวาดกลัว เกรงว่าอาจจะถูกคู่กรณีลอบทำร้ายจนถึงแก่ความตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากตนเองนั้นได้แต่งงานกับสามีชาวเกาหลีใต้ และได้ไปอยู่กินกับสามียังที่ต่างประเทศเป็นเวลากว่า 4 ปี จนมีบุตรด้วยกันแล้ว 1 คน

ถูกขู่ฆ่า

ส่วนคู่กรณีนั้นก็ได้แต่งงานกับสามีชาวเกาหลีใต้ด้วยเช่นเดียวกัน และอยู่มานานกว่านับสิบปีแล้วจนมีบุตรกับสามีชาวเกาหลีจำนวน 2 คน และได้รู้จักกันทางสังคมโซเชียลออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) ก่อนที่จะมีการติดต่อแลกเปลี่ยนเงินตรากัน ระหว่างเงินวอนกับเงินบาทกับทางคู่กรณีเมื่อประมาณเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากทางคู่กรณีนั้นกลับมายังที่บ้านเมืองไทยบ่อยครั้ง

ถูกข่มขู่

โดยในช่วงแรกๆ นั้น คู่กรณีได้มีการจ่ายเงินที่ตนขอแลกเปลี่ยนได้คืนมาเป็นเงินบาทตามปกติ โดยจะโอนแลกเปลี่ยนครั้งละประมาณ 5 แสนบาท แต่มาระยะหลังในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมากลับโอนเงินไปแลกแล้วกลับไม่ได้เงินคืนมารวมเป็นเงินจำนวน 170 ล้านวอน หรือแลกเป็นเงินไทยได้ประมาณ 4.76 ล้านบาท และเมื่อตนได้พยายามที่จะติดต่อไปหายังคู่กรณีผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้หรือติดต่อได้ยากมาก

น.ส.ศิวพร ปัดนัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ม.ค.62 ที่ผ่านมาคู่กรณียังได้มีการโพสต์ข้อความข่มขู่ฆ่าตนเอง ด้วยข้อความ “กูบอกเลย เรื่องนี้จบศพไม่สวย” ทั้งยังกล่าวหาว่าตนเองนั้นเป็นฝ่ายฉ้อโกงเงินผ่านทางเฟซบุ๊กอีกด้วย จึงทำให้ตนต้องเดินทางกลับมายังประเทศไทยทั้งที่บุตรยังเล็กวัยเพียง 3 ขวบ เพื่อมาติดตามตัวคู่กรณีที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ดังกล่าว และจึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวคู่กรณีเข้ามาพูดคุยตกลงกัน น.ส.ศิวพร กล่าว

เข้าแจ้งความ

หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.หญิง พรพรรณ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปติดตามตัว นางภูรดา ยังที่บ้านพักตามภูมิลำเนาที่อยู่ดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่อยู่บ้าน โดยทราบว่าได้เดินทางไปยังต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงได้ฝากให้ทางญาติแจ้งให้ทราบว่าเมื่อ นางภูรดา เดินทางกลับมาแล้วให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทราในทันที

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่