ชาวหนองตีนนก ผุดป้ายค้านโครงการอีอีซีและท่าเรือบกเต็มพื้นที่

ชาวหนองตีนนก ไม่เอาอีอีซี

ฉะเชิงเทรา – ชาวหนองตีนนก ผุดป้ายคัดค้านโครงการอีอีซี และท่าเรือบกขนถ่ายสินค้าเต็มพื้นที่ในหมู่บ้าน ลั่นขอตายในผืนแผ่นดินเกิดหากโครงการยังเดินหน้าต่อ ขณะผู้สื่อข่าวลงสำรวจพื้นที่พบส่วนใหญ่เป็นแปลงเกษตรกรรมบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเต็มพื้นที่จุดก่อตั้งโครงการ

วันที่ 29 ม.ค.62 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ออกมาเดินสายร้องเรียนและเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเรือบก ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ไปยังสถานที่ต่างๆ ตลอดจนการเข้าขัดขวางการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในโครงการเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ม.ค.61 ที่ผ่านมา

เต็มไปด้วยบ่อปลา

หลังการลงสำรวจพื้นที่ของผู้สื่อข่าวพบว่า ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.หนองตีนนก ซึ่งเป็นจุดที่ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) วางเป้าหมายเตรียมการใช้พื้นที่จำนวน 750-950 ไร่ เพื่อใช้ในการก่อตั้งโครงการท่าเรือบก (ICD) นั้น ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา สลับกับลำคลองและถนนสาธารณะ

ขึ้นป้ายคัดค้านทั่วหมู่บ้าน

โดยทางด้านทิศตะวันออกนั้นอยู่ห่างจากถนนทางหลวงแผ่นดินสายหลัก 315 (ฉะเชิงเทรา-พนัสนิคม) หรือถนนศุขประยูร ประมาณ 300 เมตรขนานกับแนวถนน ด้านทิศใต้มีแนวเขตทำมุมเฉียงกับแนวเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ของ กฟผ. ทิศตะวันตกขนานกับแนวของรางรถไฟขนส่งสินค้า (รถไฟรางคู่) ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และในอนาคตยังจะมีรางของรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นคู่ขนานกันไปอีก

ทิศใต้ใกล้กับแนวสายส่งไฟฟ้า

ส่วนทิศเหนือติดกับแนวคลองสนามจันทร์ (เดิม) หรือคลองตลาดทด ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเรียกเป็นคลองนาล่าง ที่เชื่อมต่อมาจากคลองหัวไผ่ จากในเขต อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ลงสู่แม่น้ำบางปะกง

ชาวบ้านหวงแหน

ขณะที่ นางอุบล จันทร์สร้อย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.4 ต.หนองตีนนก กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลานิลพันธุ์จิตลดาขาย โดยเช่าที่ดินจำนวน 28 ไร่ มีที่ดินเป็นของตนเองจำนวน 1 ไร่ สร้างเป็นบ้านเรือนอยู่อาศัย ทำกินอยู่กันมานานนับร้อยปีแล้ว นอกจากการเพาะพันธุ์ปลานิลแล้ว ยังเลี้ยงปลาเบญจพรรณ เช่น ปลาดุก ปลาหมอ

นางอุบล จันทร์สร้อย

โดยถ้าหากโครงการท่าเรือบกเกิดขึ้นมาจริงๆ ก็จะทำให้เดือดร้อนมากเพราะจะไม่มีที่อยู่อาศัยโดยไม่รู้ว่าจะไปอยู่กันที่ไหน เหมือนกับว่าพวกเราจะถูกกวาดล้างให้ออกไปให้หมดจากพื้นที่ หากไม่มีที่อยู่ที่ทำกินแล้วจะทำงานอะไรให้ลูกหลานมีกินมีใช้ เนื่องจากเรามีอาชีพเลี้ยงปลาหากให้ไปทำอย่างอื่นคงทำไม่ไหวแล้ว เพราะแก่ชรามากแล้ว

เลี้ยงกุ้งปลากันมานาน

อาชีพเลี้ยงปลา เมื่อเรามีอายุมากก็ยังสามารถทำได้ หากจะให้ไปตัดไม้ปลูกพืชปลูกอ้อยก็คงทำไม่ไหวจึงจะขอยอมตายกันอยู่ที่นี่ อยู่ในผืนแผ่นดินที่เคยทำกินนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับทราบข้อมูลอะไรมาจากทางราชการมาก่อนเลย มีเพียงทาง อบต.หนองตีนนก ที่เข้ามาเรียกให้ไปประชุมและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันเมื่อเดือนที่แล้ว จึงได้มาทราบว่าจะมีโครงการท่าเรือบกนี้ จะเกิดขึ้นมาจริงๆ

ป้ายผุดเต็มหมู่บ้าน

โดยไม่มีใครเคยมาบอกเลยว่าชาวบ้านจะต้องมาพบกับปัญหาอย่างนี้ ทั้งที่ที่ดินบริเวณนี้เราเคยบุกเบิกกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยก่อนที่มีสภาพเป็นห้วย หนอง คลองบึง กว่าเราจะทำให้ที่ดินเตียนเลียบดีถึงขนาดนี้ได้ ต้องเหน็ดเหนื่อยและใช้เวลาจึงหวังว่าจะเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยทำกินหาทุนเรียนกันต่อไป แต่กลับมาถูกขับไล่ให้ออกไปจากพื้นที่ แล้วจะเอาทุนที่ไหนให้ลูกหลานเรียนหนังสือ

ต่อต้่านทั่วพื้นที่

สำหรับปัจจุบันได้เสียค่าเช่าให้แก่ทางเจ้าของที่ดินในราคา ไร่ละ 1 พันบาทต่อปี ผลจากการประกอบอาชีพเลี้ยงปลาก็เป็นอาชีพที่พอเลี้ยงตัวเองได้ และมีเงินส่งให้หลานเรียนได้ และได้อาศัยทำกินอยู่กันต่อเรื่อยๆไป จึงอยากบอกไปถึงคณะกรรมการอีอีซีว่า “อย่ามาเอาที่ดินที่ฉันทำกินอยู่เลย ฉันไม่มีที่ทำกินแล้วฉันจะอยู่ได้อย่างไร คงต้องตายแน่ๆ” และอยากจะฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะเห็นเคยบอกว่า ท่านจะไม่ทิ้งพวกเราไว้ข้างหลัง แต่ตอนนี้ท่านมาผลักเราลงเหวไปเลย นางอุบล กล่าว

พื้นที่ ม.4 หนองตีนนก

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่