นักท่องเที่ยวแห่เซลฟี่คู่ดอกไม้เหลืองอร่ามกลางทุ่งนากว่า 9 ไร่ที่อุบลราชธานี

นักท่องเที่ยวแห่เซลฟี่คู่ดอกไม้เหลืองอร่ามกลางทุ่งนากว่า 9 ไร่ที่อุบลราชธานี

อุบลราชธานี – แชร์ว่อนเชิญชวนนักท่องเที่ยวเซลฟี่ความงามดอกเหลืองทิพวรรณ (ดอกขี้กลาก) กลางทุ่งนา บนเนื้อที่กว่า 9ไร่ ด้าน อบต.ส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชียลของจังหวัดอุบลราชธานี มีการแชร์ภาพดอกเหลืองทิพวรรณ (ดอกขี้กลาก) เหลืองอร่ามท่ามกลางทุ่งนาบ้านผึ้งตก หมู่ที่ 4 ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหัดอุบลราชธานีและใกล้เคียงเข้ามาสัมผัสความงามกว่า 200 คน ต่อวัน นางสาววรรณวิภา วิลามาศ นักท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนอุบลฯ อยู่แล้วได้ยินว่ามีทุ่งดอกเหลืองทิพวรรณ อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในชุมชนที่เรารู้แต่ไม่เคยมาแต่พอได้มาเห็นความสวยความงามแล้วรู้สึกดี สวยทำให้เราอยากจะเซลฟี่กับดอกเหลืองทิพวรรณ และอยากให้เพื่อนๆหรือคนที่ยังไม่เคยมาเข้ามาดูความสวยความงามของทุ่งดอกเหลืองทิพวรรณ ของบ้านผึ้งตก ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่ดังแต่เต็มล้นไปด้วยความงามของดอกเหลืองทิพวรรณ

นายธนวัฒน์ ไพศาลเจริญโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนผึ้ง เปิดเผยว่าสำหรับทุ่งดอกเหลืองทิพวรรณ แห่งนี้เป็นพื้นที่เอกชนซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว ในพื้นที่กว่า 9 ไร่ ทาง อบต.โนนผึ้งเองได้ประสานงานกับเจ้าของที่นาเพื่อเข้ามาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้มายลความงามของดอกเหลืองทิพวรรณ ทั้งนี้ทาง อบต.เองได้ดำเนินการจัดทำป้ายเพื่อเป็นแลนด์มาคร์และนำไม้มาวางเรียงเป็นทางเดินให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินออกนอกเส้นทางอันจะก่อให้เกิดความเสียหายกับดอกไม้ได้  สำหรับดอกเหลืองทิพวรรณ (ดอกขี้กลาก) เป็นไม้ล้มลุกปีเดียว ใบขึ้นจากดิน มีขนาดเล็กคล้ายใบหญ้า ช่อดอกมีก้านยาวขึ้นมาจากดินล้อมรอบด้วยใบ ดอกสีเหลืองสด ติดอยู่ตรงปลายของช่อดอก กลีบดอกมี 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ ผลเล็ก ติดอยู่รวมกันที่ปลายช่อดอก และจะร่วงเมื่อแก่เต็มที่มักขึ้นอยู่กลางท้องทุ่ง หรือทุ่งนา หรือพื้นที่ชุมน้ำในที่เป็นดินเค็ม มักขึ้นอยู่กับดอกดุสิตา หรือหญ้าเหลือง ออกดอกในช่วงปลายฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาว

เหตุที่ได้ชื่อว่า หญ้าขี้กลาก เนื่องจากถูกจัดว่าเป็นวัชพืช โดยชาวนามักจะถอนทิ้งก่อนที่จะทำนา แต่มีประโยชน์ในการทำสมุนไพร ส่วนหัวนำมาตำผสมกับน้ำซาวข้าวเหนียว นำไปทาแผลที่เป็นกลากเกลื้อนได้เมื่อออกดอก กระถินนา จะมีความสวยงามมาก ดอกมีสีเหลือง เมื่อบานจะบานเต็มท้องทุ่งพร้อมกัน ในประเทศไทยพบได้ในหลายพื้นที่ ประชาชนนักท่องเที่ยวมักนิยมใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและถ่ายภาพ

สำหรับดอกขี้กลาก มีชื่อเรียกตามแต่ท้องถิ่นไม่เหมือนกัน กระถินนา ก็เรียก หรือ กระจับแดง (นราธิวาส), กระถินทุ่ง (กลาง, ตราด), หญ้ากระเทียม (ปราจีนบุรี), หญ้าขี้กลาก (สระบุรี) และหญ้าบัว (ปราจีนบุรี, อุบลราชธานี)

ข่าวโดย : เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงศ์

เล่าเรื่อง : สุชัย เจริญมุขยนันท

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่