ปศุสัตว์ชัยนาทเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ขณะที่มีผู้สนใจติดต่อขอซื้อเป็นจำนวนมาก

จากกรณี กลุ่มการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง ชุมชนหันคา เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ภายใต้โครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรเมื่อเดือนกันยายน2561 ได้รับงบประมาณ 120,800 บาท โดยลงทุนเลี้ยงไก่พื้นเมืองหวังขายได้เงินแสน แต่เมื่อไก่โตขึ้นพบว่าเป็นไก่ไทย 3 สายเลือด ทำให้ตลาดไม่รับซื้อ ต้องยื้อเลี้ยงมาเป็นเวลา 5 เดือน จนหมดทุนแถมต้องกู้ยืมเงินมาซื้ออาหารไก่ พร้อมนำหยวกกล้วยหั่นให้ไก่กว่า 700 ตัวกินประทังชีวิต ไก่บางตัวหิวโหยถึงขั้นจิกกันจนตายแล้วจกไส้กิน  วอนผู้สนใจช่วยซื้อไก่ของกลุ่มเกษตรกรฯชุมชนหันคา เพื่อช่วยเหลือลดภาระหนี้สินที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ม.ค.62  นายนพพร แก้วกนิษฐารักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท ได้สั่งการ ให้ นายธนยศ นงบาง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์ พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหันคา ลงพื้นที่ตรวจสอบให้คำแนะนำ พร้อมมอบเวชภัณฑ์ ณ ฟาร์มเลี้ยงไก่ บ้านหนองค้อ หมู่ที่ 7 ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท และได้ประสานฟาร์มไก่ใกล้เคียงช่วยเป็นพี่เลี้ยง

นายไพศิลป์ พรมมา  ประธานกลุ่มการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง ชุมชนหันคา กล่าวว่า หลังจากเป็นข่าวแล้วมีผู้ค้าไก่ติดต่อมาทางโทรศัพท์ขอซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งจากจังหวัดสุโขทัย สุพรรณบุรี พัทลุง บางรายมีการขอต่อรองราคา และจะขอเข้ามาดูไก่ก่อนตัดสินใจ บางรายกดราคาให้ต่ำมากก็ไม่ตกลง รู้สึกดีใจที่กำลังจะขายได้แล้ว มองเห็นช่องทางที่จะขายแล้ว อยากให้พ้นภาระเสียที

วันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหันคา  และปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท เข้ามาดูแล พร้อมนำวิตามิน และยาฆ่าเชื้อสำหรับไก่มามอบให้ด้วย และให้คำแนะนำการใช้ การเลี้ยงไก่อย่างถูกวิธี รวมทั้งการดูแลพัฒนาให้เป็น ฟาร์มมาตรฐาน  ซึ่งยอมรับว่าทางกลุ่มไม่มีประสบการณ์ ที่ผ่านมาเลี้ยงผิดวิธี ไก่จึงไม่ค่อยโต เมื่อได้รับคำแนะนำแล้วจะได้มีการแก้ไขและพัฒนาต่อไป

หากขายไก่ชุดนี้หมดแล้วจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อยอดเลี้ยงไก่ต่อ โดยมีฟาร์มไก่ที่อยู่ในพื้นที่คอยเป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำ พร้อมหาตลาดให้ การเลี้ยงไก่ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนและประสบการณ์ที่จะสามารถนำไปพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้

อย่างไรก็ตามยังกังวลเรื่องของมิจฉาชีพที่อาจโทรศัพท์เข้ามาเพื่อหลอกลวง เพราะมีการโทรศัพท์เข้ามาสอบถามและแจ้งความจำนงที่จะซื้อเป็นจำนวนมาก แต่บางรายเมื่อถามกลับไปไม่ยอมบอกที่อยู่ ซึ่งต้องระมัดระวัง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยนาท กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น