ดราม่าหนัก ชาวบ้านคุกเข่าไหว้วอน จนท.ห้ามร่วมเวทีฟังความเห็น สร้างท่าเรือบก

ดราม่าหนัก

ฉะเชิงเทรา – ดราม่าหนัก นักเคลื่อนไหวขนม็อบป่วนเวที สนข. รับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ ขณะชาวบ้านนั่งคุกเข่าพนมมือไหว้นายอำเภอพร้อมคณะไม่ให้เข้าร่วมในเวทีรับฟังความเห็น พร้อมโดดขวางทางเข้าจนต้องร่นถอยห่าง ด้านประชาชนบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ต้องการเข้าร่วมต่างหลบฉากไม่กล้าเข้าใกล้ด้วยเช่นกัน

วันที่ 26 ม.ค.62 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหอประชุมที่ว่าการ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข) ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครั้งที่ 3 ในโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ (ท่าเรือบก) รองรับ EEC ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีนางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รอง ผอ.สนข. มาเป็นประธาน

อ่านแถลงการณ์

แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 150 คน เดินทางมาถือป้ายประท้วงขับไล่ ข้อความไม่เอาท่าเรือบก และต่อต้านโครงการ EEC เข้ามายืนขวางเส้นทางปิดประตูทางเข้าออกไปยังภายในตัวอาคารหอประชุมทุกด้าน พร้อมส่งเสียงโห่ร้องไม่เอาท่าเรือบกขับไล่ โครงการ EEC อยู่เป็นระยะ

ขวางประตูทางเข้า

ต่อมาเวลาประมาณ 09.20 น. นางวราภรณ์ ศิริวงศ์ นายอำเภอบ้านโพธิ์พร้อมคณะได้เดินทางมาเพื่อที่จะเข้าไปยังภายในหอประชุม ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประมาณ 4-5 คน ได้รีบนั่งลงคุกเข่าไปยังที่พื้นตรงหน้าพร้อมพนมมือไหว้คณะนายอำเภอเพื่อขอร้องไม่ให้มีโครงการก่อสร้างท่าเรือบกเข้ามาในพื้นที่ ต.หนองตีนนก แต่กลุ่มของนายอำเภอได้เดินเลี่ยงหลบออกไปก่อนในทันที

ชุมนุมกดดัน ห้ามฟังความเห็น

ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่อีกหลายฝ่ายที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้เดินทางมาเพื่อที่จะเข้าไปยังภายในห้องประชุมด้วยเช่นกัน แต่ได้ถูกกลุ่มของนายศรายุทธ สนรักษา นักเคลื่อนไหวและชุมนุมต่อต้านโครงการต่างๆ นำชาวบ้านเข้ายืนขวางกั้นประตูทางเข้าและผลักดันกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะเข้าไปยังภายในห้องประชุมออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

NGO นำชาวบ้านกดดัน จนท.

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่เดินทางมาเพื่อที่จะเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ต่างพากันร่นถอยออกไปด้วย เนื่องจากไม่ต้องการที่จะเข้าไปปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม จึงทำให้ภายในเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียต่อโครงการท่าเรือบกในครั้งนี้ ซึ่งมีการจัดเตรียมเก้าอี้ไว้ให้ประชาชนมาร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นจำนวนกว่า 400 ที่นั่งนั้น

เวทียังเดินหน้าแม้ไม่มีคน

มีเพียงกลุ่มของเจ้าหน้าที่และเจ้าของที่ดินบางส่วนสามารถผ่านเข้าไปได้ก่อนเพียงประมาณกว่า 30 คนเศษเท่านั้น ต่อมาในเวลา 09.40 น. ทางทีมคณะที่ปรึกษาโครงการจึงได้เริ่มเปิดวีดีทัศน์ และบรรยายถึงเนื้อหาในโครงการให้แก่ผู้ที่สามารถผ่านเข้าไปได้เพียงประมาณ 30 คนฟัง พร้อมตอบข้อซักถามในข้อข้องใจจากผู้ที่เป็นฝ่ายเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและแบ่งให้ชาวบ้านเช่าในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินและการเยียวยาชดเชยผลประโยชน์ที่เคยได้รับ และจะสูญเสียไปจากโครงการนี้

พื้นที่โครงการ ICD

ซึ่งเวทีได้มีการดำเนินไปได้ประมาณ 1 ชม. จึงได้ยุติลงในที่สุดเมื่อเวลา 10.40 น. ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังคงปักหลักกันอยู่ที่ด้านหน้าตัวอาคารหอประชุมอำเภอ ก่อนที่ทางตัวแทนกลุ่มผู้ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือ นายประมวล อินม่วง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.4 ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จะอ่านแถลงการณ์ที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมว่า

ยังเดินหน้าจัดต่อไป

“เนื่องด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.หนองตีนนก และชาวตำบลหนองตีนนก ในฐานะประชาชนท้องถิ่นดั้งเดิมขอปฏิเสธการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับภูมินิเวศวิถีวัฒนธรรมการหาอยู่กินโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของ ร.9 จึงขอปฏิเสธการเวนคืนที่ดินในผืนแผ่นดิน ต.หนองตีนนก เพื่อทำโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ (ไอซีดี) รองรับอีอีซี

แถลงการณ์

ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ 1.ที่นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตอาการประเภทสัตว์น้ำจืด โรงเพาะฟักสัตว์น้ำวัยอ่อนตรงกับข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี 2.ภูมินิเวศที่นี่เป็นหนองน้ำตามชื่อตำบลหนองตีนนก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

หวั่นถุกไล่ที่

3.พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยลำรางหลักในการระบายน้ำหลักของลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งตรงกับข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการระบายน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง 4.ข้าพเจ้าและพี่น้องชาว ต.หนองตีนนก จะไม่ย้ายบ้านและที่ทำกินไปไหนเด็ดขาดจะขออยู่ขอตายที่นี่ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณายกเลิกโครงการและคงไว้ซึ่งที่ดินเกษตรกรรมหรือผังเมืองสีเขียวใน ต.หนองตีนนก และข้างเคียง ตามสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อันเป็นกฎหมายสูงสุดที่ละเมิดมิได้ที่ประชาชนท้องถิ่นดั้งเดิมพึงมี

ต้าน ICD และ EEC

หลังการอ่านแถลงการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงรวมตัวกัน และพักรับประทานอาหารกลางวันกันยังที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมจนถึงเวลาประมาณ 12.30 น. จึงได้สลายการชุมนุมกลับไป ซึ่งการชุมนุมในวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มีชาวบ้านจาก ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนเกือบ 40 คน และชาวบ้านใน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จำนวนประมาณ 6-7 คน ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่การก่อสร้างโครงการเดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย

ม็อบยึดอำเภอ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่