ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่สำรวจถ้ำม้าร้อง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายอำเภอ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจถ้ำม้าร้อง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดถ้ำม้าร้อง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเตรียมความพร้อม ความเรียบร้อย ให้สมพระเกียรติฯ ที่จะมีการทำพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 23 ม.ค. 2562 ที่วัดถ้ำม้าร้อง หมู่ที่ 1  บ้านฝ่ายท่า  ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมสำรวจถ้ำม้าร้อง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีน้ำใส่สะอาด มีน้ำตลอดทั้งปี และเป็นที่เคารพสักการะ ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะมีการทำพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562

ซึ่งกระทรวงมหาดไทย เตรียมการโดยให้จังหวัดฯได้สำรวจแหล่งน้ำต่างๆ โดย 76 จังหวัดมีทั้งหมด 107 แห่ง และกรุงเทพมหานคร  1 แห่ง รวมเป็น 108 แห่ง โดยกำหนดการเบื้องต้น ในวันที่ 6 เมษายน 2562 จะเป็นพิธีพลีกรรมตักน้ำทั่วประเทศ พร้อมกัน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้สำรวจถ้ำม้าร้อง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเตรียมความพร้อม ความเรียบร้อย และพัฒนาทำความสะอาด ทำให้เกิดความเหมาะสม และสมพระเกียรติฯ ในการประกอบพิธี

ทั้งนี้ วัดถ้ำม้าร้อง มีประวัติเป็นที่พักสงฆ์มาแต่โบราณกาล ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่แหลมทอง พระภิกษุสงฆ์ชาวศรีลังกาและอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศไทยและประเทศพม่า พระสงฆ์ที่เผยแผ่พุทธศาสนา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทางต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่างๆ ในระหว่างปีพ.ศ.2385 ถึงปี พ.ศ. 2387 เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่บ้านหนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้หายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ แม้นจะส่งทหารเข้าไปค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ แต่ได้ยินเสียงม้าร้องเท่านั้น ภูเขาลูกนี้จึงได้ถูกขนานนามว่า เขาถ้ำม้าร้อง

ภายในถ้ำม้าร้องมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยและมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้ส่องสว่างแก่นักท่องเที่ยว โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนวอยู่ชิดผนังถ้ำ และมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้าอยู่ภายในถ้ำหากเดินตรงเข้าไปในถ้ำแล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ประมาณ 20-30 เมตร  และเลี้ยวซ้ายจะเห็นลักษณะหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าและมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่นำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่นงานพิธีครบรอบ 60 พรรษา และ 72 พรรษา และที่น่าแปลกใจคือน้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะไม่มีวันแห้ง

ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาสัมผัสความสวยงามของหินงอกหินย้อยและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ข่าว/ภาพ   พีรพัฒน์ เลื่อนชิด

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่