ม็อบ ร้านคัมแบ็ค บุกศาลากลางตรัง ต้องการคำตอบจากจังหวัดหลังถูกสั่งปิด

ม็อบ ร้านคัมแบ็ค บุกศาลากลางตรัง ต้องการคำตอบจากจังหวัดหลังถูกสั่งปิด

ม็อบ ร้านคัมแบ็ค บุกศาลากลางตรัง ต้องการคำตอบจากจังหวัด เนื่องจากต้องตกงาน ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว หลังถูกฝ่ายปกครอง ศูนย์ดำรงธรรมตรัง ให้ปิดบริการหลังจากถูกร้องเรียน ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน

ม็อบ ร้านคัมแบ็ค บุกศาลากลางตรัง ต้องการคำตอบจากจังหวัดหลังถูกสั่งปิด : เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2562 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ได้มีพนักงานสถานบันเทิง ร้าน คัมแบ็ค กว่า 70 คน ชุมนุมถือป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทบทวนคำสั่งห้ามใช้เสียงรบกวนระงับเหตุส่งเสียงดังรำคาญ โดยให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เหตุเดือดร้อนรำคาญทางเสียงให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน และให้ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้หยุดการใช้เสียง ตามที่ทางสำนักงานเทศบาลนครตรัง มีหนังสือที่ ตง 52010/37 ลงวันที่ 4 มกราคม 2562  ซึ่งพนักงานทั้งหมดต้องตกงานขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

ซึ่งหลังจากที่ทางร้านได้รับหนังสือ ทำให้ต้องเลิกเล่นดนตรีลูกค้าไม่มาเข้าใช้บริการ ดังนั้นทางร้านก็ต้องปิดกิจการลง  ทางร้านได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง และยังได้จ้างบริษัทเอกชนมาวัดเสียงก็ไม่เกิน  ทั้งนี้ทราบว่าผู้ที่ร้องเรียน คือ นายปิยวุฒิ พุฒนวล ร้องเรียน ในทุกเรื่อง เช่น เรื่องเสีย เรื่องร้านนี้ไม่ใช่เป็นร้านอาหารแต่กลับเป็นสถานบันเทิง  เรื่องกักตุนอาหาร เรื่องรถจอดตรงเส้นขาวแดง  ซึ่งทางร้านได้แก้ไขหมดแล้ว แต่ทำไมทางจังหวัด โดยเฉพาะเทศบาลนครตรัง จึงมีคำสั่งห้ามใช้เสียง ทำให้เจ้าของร้านปิดบริการ พนักงานกว่า 70 ชีวิตต้องตกงาน ทุกคนมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูแล

น.ส.เกศศิรินทร์ ใชยชาญ ตัวแทนพนักงานร้านคัมแบ๊ค กล่าวว่า หนังสือคำสั่งที่ส่งมาบอกว่าร้านเปิดได้แต่ห้ามใช้เสียง แต่ร้านอาหารมีดนตรีจะให้แจ้งลูกค้าว่ามานั่งสมาธิหรือนิมนต์พระมาเลย เราต้องการเปิดอย่างถูกต้องไม่ใช่มาจับจอดรถเส้นขาวแดงตอน 3-4 ทุ่ม ตนเอง ต้องการความยุติธรรมว่ามันคืออะไร ลูกค้าในร้านก็ไม่เคยมีการทะเลาะวิวาทหรือยิงกัน อยากรู้ว่าที่ร้านทำผิดอะไร ต้องการอะไร ต้องการความจริง ความยุติธรรมว่ามันเกิดจากอะไร

ตนต้องการคำตอบว่า ถ้าปิดร้าน 30 วัน พนักงานจะอยู่กันอย่างไร มีอะไรรองรับให้พนักงานบ้าง สามารถชดเชยให้ได้หรือไม่ พนักงานต้องส่งลูกไปเรียน ลูกจะต้องกินนมต้องส่งเสียเลี้ยงดูแล อยากรู้ว่าทำไมที่ร้านจึงมีปัญหามาตลอด ที่ร้านมีประตูปิดแต่ร้านอื่นเปิดโอเพ่น พนักงานในร้านงง เดี๋ยวสรรพสามิต เดี๋ยวฝ่ายปกครอง ทำงานมา 30 กว่าปี ไม่เคยเจอที่ไหนมีที่เดียวประเทศตรัง  เปิดมา 1 ปี ปิดไป 3 เดือน พนักงานรากเลือดไม่มีจะกิน ปิด ๆ เปิด ๆ 3-4 รอบแล้ว ต้องการให้ร้านเปิดตามปกติเพราะทุกคนต้องทำงาน

ส่วนทางด้าน น.ส.ชรินทร์ธร มากชู  เจ้าของร้านคัมแบ๊ค กล่าวว่า การจะไปเปิดสถานที่แห่งใหม่ การระดมทุน การก่อสร้างใช้เวลาเป็นปี  เพราะฉะนั้นตนก็ไม่อยากให้ทุกคนฝากชีวิตฝากอนาคตไว้กับตน หากทุกคนมีงานใหม่หรือสามารถหางานใหม่ได้ก็แนะนำว่าเอาตัวเองให้รอดก่อน หยุดร้านมา 2 ครั้งแล้ว ตั้งแต่มีหนังสือสั่งระงับการใช้เสียง สำหรับเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเงียบนั้นมันเงียบด้วยตัวของมันเอง ด้วยเศรษฐกิจของจังหวัดเอง แต่เนื่องจากมีการตรวจสอบถี่มาก

ลูกค้าก็หงุดหงิดใจเวลามานั่งใช้บริการ มาถึงวันนี้ตนเองมั่นใจว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยืนกรานที่จำทำผิดอะไร ทุกครั้งที่มีเรื่องผิดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ รู้กฎหมายจริงไม่รู้กฎหมายจริงมาถึงจุดนี้ที่ไม่รู้อะไรมาเยอะก็แก้ทุกอย่างตามที่เขาให้แก้ทุกเรื่อง สั่งให้ปิดก็ปิด  ตนเองทำอาชีพนี้มาเกือบ 20 ปี แล้ว มันก็ยากที่จะเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น สายป่านมันก็มาสายนี้โดยเฉพาะ ทีมงานที่อยู่กันมาเกือบ 10 ปีก็เยอะ

กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มนักดนตรี มันก็ยากกับการหางานในจังหวัดตรัง โดยเฉพาะคนล้างจาน อายุเยอะไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้ และยังต้องหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งตนก็ต้องไม่ทิ้งคนเหล่านี้ แต่ว่าในวันนี้เราแบกกันไม่ไหวอยู่   ส่วนทางด้านนายปฤษฎี ไชยภักดี หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง กล่าวว่า หลังจากที่เรียกทุกฝ่าย อย่างจังหวัด นิติกร สาธารณสุข ยุติธรรม ศูนย์ดำรงธรรม เข้าร่วมพูดคุย

ได้รับรายงานว่าได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะพนักงานของร้าน โดยวันนี้ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นแนะนำให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งทางร้านได้รับผลกระทบจากคำสั่งของ คสช.ทางร้านก็มีสิทธิอุทรณ์ 30 วัน ซึ่งต้องอุทรณ์กับผู้ออกคำสั่งคือทางเทศบาล ส่วนผู้ประกอบการและพนักงานของรัฐที่มาวันนี้ก็ได้รับทราบแนวทางต่าง ๆ ก็จะดำเนินการในส่วนที่ขอร้อง

ซึ่งทุกภาคส่วนได้ช่วยแก้ไขปัญหากันเป็นอย่างดีและเข้าใจ จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในการที่พนักงานสถานบันเทิงได้มาชุมนุมหน้าศาลากลางตรังครั้งนี้ ได้มีฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ตรัง ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองตรัง และตำรวจสันติบาล ได้มาสังเกตความเคลื่อนไหวการชุมนุมอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะร่วมกันหารือ โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนบันทึกเสียงและภาพแต่อย่างใด นานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ทุกฝ่ายจะออกจากห้องประชุม และฝ่ายพนักงานสถานบันเทิง ได้ยอมสลายตัวไปในที่สุด โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดตรัง กดอ่านที่นี่