สาวเจ้าของคลิปหมาขย้ำแมว เผยไม่ต้องการเลี้ยงอีกต่อไป

นครพนม – วันที่ 11 ม.ค.62 เวลา 14.30 น. นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม มอบอำนาจให้นายขรรค์ชัย ช่วงชัย ปศุสัตว์อำเภอปลาปาก เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สว.(สอบสวน) สภ.กุตาไก้ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.เพ็ณภา อ่อนพุทธา อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 97 หมู่ 10 ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก ในข้อหากระทำการอันเป็นการทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยมีคลิปของผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ปรัชญา ดอนโอภาส” โพสต์คลิปลงในกลุ่มคนรักบูลลี่ ซึ่งเป็นชุมชนคนเลี้ยงสุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่ ในภาพมีสุนัขพันธุ์ดังกล่าวชื่อ “โอเลี้ยง” กำลังไล่ขย้ำแมวสีดำ  สภาพผอมโซ คาดว่าจะเป็นบริเวณหน้าห้องน้ำ จนเจ้าแมวน้อยแน่นิ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้กลุ่มคนรักสัตว์รับไม่ได้กับคลิปสะเทือนใจนี้ ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างโหดเหี้ยม โดยในภาพมีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งทราบภายหลังว่าชื่อ น.ส.เพ็ณภา อ่อนพุทธา ผู้เป็นภรรยาของนายปรัชญา ดอนโอภาส อายุ 37 ปี คนที่โพสต์คลิปนั่นเอง

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวพร้อมกับนายขรรค์ชัยฯ ปศุสัตว์อำเภอฯ ซึ่งเปิดเป็นร้านขายชาบูญี่ปุ่น พบ น.ส.เพ็ณภาฯกำลังบริการลูกค้าอยู่ แต่ก็เผยรายละเอียดว่าตนเป็นคนถ่ายคลิปนั้นจริง ซึ่งแมวตัวนี้เป็นแมวป่าที่แอบเข้ามาในบ้านเสมอ ส่วนเจ้าโอเลี้ยงสุนัขที่ตนเลี้ยง นายปรัชญาสามีซื้อมาจากจังหวัดอยุธยา ขณะตัวยังเล็กอยู่ ถึงปัจจุบันเจ้าโอเลี้ยงมีอายุครบ 1 ปีพอดี ด้วยเป็นสุนัขที่มีความแข็งแรง หลังสามีเดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ตนต้องรับภาระเลี้ยงดูสุนัขพันธุ์บูลลี่เพียงลำพัง เวลาที่เจ้าโอเลี้ยงอาละวาดตนจะห้ามไม่อยู่ เพราะสู้แรงของเขาไม่ได้ เคยโทรศัพท์บอกสามีบ่อยๆว่า”ฉันไม่ไหวกับหมาคุณแล้วนะ”

ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงเช้า ขณะกำลังสาละวนกับการเปิดร้านขายชาบู ได้ยินเสียงแมวร้อง จึงออกมาดูพบเจ้าโอเลี้ยงกำลังไล่ขย้ำแมวน้อย ตนพยายามเข้าไปห้ามแต่ถูกมันดันจนเกือบล้ม เลยคว้าโทรศัพท์ถ่ายคลิปส่งไปให้สามีดูที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับบอกว่าฉันเลี้ยงเขาไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ทราบว่าสามีคิดอย่างไรจึงนำคลิปดังกล่าวโพสต์ลงในกลุ่มคนรักบูลลี่จนเป็นเหตุ และหลังจากที่แมวตายแล้วตนนำซากมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร กลับออกมาก็ไม่พบซากดังกล่าว ไม่รู้ว่าใครนำไปฝังไว้ที่ไหน

เมื่อถามว่าพร้อมที่จะเลี้ยงสุนัขตัวนี้ไหม น.ส.เพ็ณภาฯตอบคงไม่ไหวแล้ว ยินดีมอบให้คนอื่นที่ต้องการ ส่วนสามีจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่เขา เพราะตนอยู่บ้านคนเดียวรับมือกับสุนัขตัวนี้ไม่ไหวแน่ ซึ่งนายขรรค์ชัยจะต้องทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนก่อน ส่วนด้านคดี พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ เปิดเผยว่าข้อหาดังกล่าวตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ขอบคุณภาพจาก  WATCHDOG THAILAND

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่