บุกยึดทรัพย์นับสิบล้านทลายเครือข่ายหลอกชาวบ้านร่วมทุนกทบ.สูญกว่า100ล้าน!!

บุกยึดทรัพย์นับสิบล้านทลายเครือข่ายหลอกชาวบ้านร่วมทุนกทบ.สูญกว่า100ล้าน!!

ชัยภูมิ – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 สนธิกำลัง ตร.ชัยภูมิ จนท.ปปง. ระดมกวาดล้างจับกุมเครือข่ายอ้างตัวเป็นจนท.กองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอหนองบัวแดง ซึ่งอาศัยสถานที่ราชการและอ้างนโยบายรัฐบาล หลอกลวงชาวบ้านให้ร่วมลงทุนในกองทุนหมู่บ้านในครั้งนี้ ก่อนเชิดเงินหนีมูลค่าความเสียหายสูงมากกว่า 100 ล้านบาท มีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 80 ราย หลังได้ประสาน ปปง.สนธิกำลังร่วมบุกติดตามตรวจยึดทรัพย์บ้านที่ดิน รถยนต์ได้เบื้องต้นแล้วรวมมากกว่า 10 ล้านบาท เตรียมเร่งขยายผลติดตามทรัพย์ที่หลอกลวงชาวบ้านไปทั้งหมดครั้งนี้อีกนับ 100 ล้านบาท มาคืนให้ได้โดยเร็วต่อไป!

( 11 ม.ค.62 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ สืบเนื่องจากคดีฉ้อโกงครั้งนี้ที่เริ่มมีเจ้าทุกข์ที่เป็นผู้เสียหายเป็นชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ มากว่า 80 คน เดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชัยภูมิ ว่าเริ่มมาตั้งแต่เมื่อช่วงปี 2557 – วันที่ 18 มิ.ย.61 และเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.61 ปีที่ผ่านมา

มีชาวบ้านทั้งหมดนับร้อยราย ได้รับความเดือดร้อนจากคดีฉ้อโกง กองทุนหมู่บ้านอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อพล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ และนายณรงค์  วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ และผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้ทั้งหมดยังลอยนวลไม่ถูกดำเนินคดี อีกทั้งยังนำเงินที่หลอกมาได้ ไปซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ จำนวนมาก

จนล่าสุดวันนี้ ทางชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ได้สนธิกำลังชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิและท้องที่อ.หนองบัวแดง และ ปปง. โดยพล.ต.ท.พูลทรัพย์  ประเสริฐศักดิ์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้เดินทางมาตรวจราชการที่จ.ชัยภูมิ พร้อมสั่งร่วมสนธิกำลังร่วมกับ พล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ ได้ทำการเสนอขออนุมัติหมายจับ ต่อศาลจังหวัดภูเขียว เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องหาทั้งหมด ที่มีนางหนูคิด  พลธรรม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ในคดีนี้ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงาน “เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอหนองบัวแดง” กับพวกคือนางสาวปพิชญา  เกิดมงคล ซึ่งยังหลบหนี ซึ่งเป็นเครือข่ายร่วมกันกระทำผิด ร่วมกับพวกอีกจำนวนมาก รวม 5 คน นางภาวนา  ศรีนวลจันทร์ ,นางชนิกา  แก้วสารภูมิ , นางสาวชุมพร  ผ้าผิวดี , นางเพ็ญจิตร  เจริญชัย และนางสาวสลิลรัตน์  สีหงส์สอน

ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้ต้องหานำโดยนางหนูคิด  พลธรรม กับพวกทั้งหมด ได้ร่วมกันหลอกลวงชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557-18 มิ.ย.61 ที่มีการกระทำร่วมกันเป็นเครือข่ายขบวนการใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำโดยมีนางหนูคิดฯ ที่อาศัยว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอหนองบัวแดง ที่มีที่ตั้งทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ และได้ร่วมกับพวกทำการโฆษณาชักชวนแก่ประชาชนทั่วไปในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงและอำเภอใกล้เคียงของจ.ชัยภูมิ ให้นำเงินมาร่วมลงทุนปล่อยให้กู้ยืม ในกองทุนหมู่บ้านได้ โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3-5 บาทต่อเดือน จนมีผู้หลงเชื่อนำเงินมามอบให้ร่วมลงทุนไปหลายครั้ง ก่อนจะถูกหลอกลวงไม่ได้ตามที่กล่าวอ้างไว้พร้อมพากันเชิดเงินของชาวบ้านที่มาร่วมลงทุนทั้งหมดจำนวนมากนับร้อยรายติดต่อไม่ได้ก่อนที่กลุ่มเครือข่ายผู้ต้องหากลุ่มนี้จะพากับหลบหนี จนมีผู้เสียหายรเบื้องต้นเดินทางเข้าแจ้งความเป็นจำนวนมากไว้แล้วมากกว่า 80 ราย และที่ยังไม่เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีกบางส่วน รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 100 ล้านบาทในครั้งนี้

ซึ่งล่าสุดวันนี้ผลการออกติดตรวจชุดสนธิกำลัง ตร.ภาค 3 พร้อมชุดตร.ภูธรจ.ชัยภูมิ ได้สนธิกำลังตามหมายจับหมายจับของศาลภูเขียว ในคดีฉ้อโกงประชาชน ที่มีผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้รวม 7 ราย ครั้งนี้จนสามารถติดตามจับกุมตัวเครือข่ายผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้วรวม 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางเพ็ญจิตร เจริญชัย 2.นางสลิลรัตน์ สีหงส์สอน 3.นางชุมพร ผ้าพิวดี 4.นางชนิกา แก้วสารภูมิ และ5.นางภาวนา  ศรีนวลจันทร์

ซึ่งยังเหลือ ผู้ต้องหาที่ยังไม่ถูกจับอีก 2 ราย ที่หลบหนีไปได้ก่อนหน้านี้ คือ 1.นางหนูคิด  พลธรรม และ2.น.ส.ปพิชญา เกิดมงคล ก่อนที่ชุดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด ได้ทำการเข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดชัยภูมิและศาลจังหวัดภูเขียว  จำนวน 7 เป้าหมาย ในพื้นที่อ.หนองบัวแดง และอ.เมืองชัยภูมิ จนสามารถตรวจยึดทรัพย์ตามมาตรการ ปปง.เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นได้เพิ่มเติมรวมกว่า 90 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งรถยนต์ บ้านที่ดิน ในเขต 2 อำเภอ มูลค่าในเบื้องต้นครั้งนี้รวมมากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเตรียมขยายผลติดตามยึดทรัพย์เครือข่ายฉ้อโกงประชาชนอ้างนโยบายกองทุนหมู่บ้านในครั้งนี้ได้ที่ได้รับความเสียอีกเป็นจำนวนมากว่า 100 ล้านบาทกลับคืนมาให้ได้ทั้งหมดโดยเร็วต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่