เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “เมรุลอยนกหัสดีลิงค์” สมเกียรติหลวงพ่อคูณ

ม.ขอนแก่นเผยเมรุหลวงพ่อคูณ เน้นโทนขาว เรียบง่าย ล็อคกุญแจ 4 ตัวป้องกันอัฐิหลวงพ่อ ยืนยันไม่มีการสร้างเหรียญปลุกเสกหรือวัตถุมงคลใดๆ

รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ กล่าวว่า เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ตามประเพณีโบราณจัดขึ้นเฉพาะการ ฌาปณกิจศพเจ้านายชั้นสูง หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่  ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ เพื่อใช้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในวันที่ 29 มกราคม 2562  ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น

หลวงพ่อคูณ

เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัย ศึกษา ค้นคว้า ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ การศึกษาข้อมูล  การออกแบบ และการก่อสร้าง  ด้านการศึกษาข้อมูล ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือในการจัดพิธีฌาปณกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม  ต่อมา ด้านการออกแบบ ได้ถอดอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่ายสู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง และเมื่อถอดรหัสเอกลักษณ์ของหลวงพ่อผ่านงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่ พบว่า มีรูปปั้นช้างมี 4 งา ส่วนหัวของนกหัสดีลิงค์จึงเป็นช้าง 4 งาด้วยเช่นกัน ตามเจตนาของหลวงพ่อที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมาใช้ต่อ  นั่นหมายความว่า วันใดถ้ามีพระสงฆ์มรณภาพจะสร้างเมรุหัสดีลิงค์สีขาวเช่นเดียวกับหลวงพ่อไม่ได้

และสุดท้ายด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ได้รับเกียรติจากช่างหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน ช่างศิษยานุศิษย์ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยโบราณ อาทิ เขียน แกะ สลัก ปั้น ปูน รัก หุ่น บุ กลึง หล่อ โดยมีศูนย์กลางก่อสร้างที่ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น  โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง 22.6 เมตร นำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาติดคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่ หรือประติมากรรมกระดาษ  ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ  ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน

ปัจจุบันการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ ดำเนินการแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 90  ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายไปติดตั้งประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ใช้เวลาประมาณ 10 วัน  คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 19 มกราคมที่จะถึงนี้  ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 22-28มกราคม 2562  เมื่อเข้าสู่วันที่  29 มกราคม 2562 จะทำการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่นมายังพุทธมณฑลอีสานซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปยังมณฑลพิธีได้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดำเนินงานได้จัดเตรียมจุดสักการะที่เหมาะสมไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้วางดอกไม้จันทน์

สำหรับตำนาน “นกหัสดีลิงค์” หรือ นกสักกะไดลิงค์  มีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์บินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีเข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา  นางสีดาจึงรับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์  โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย  ตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีจึงโปรดให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน  หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีสร้างนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อว่า การก่อสร้างนกหัสดีลิงค์นอกจากคำนึงถึงข้อมูลจากการวิจัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงโลง 3 โลง ประกอบด้วย โลงที่ 1 ทำด้วยไม้จันทน์หอม เป็นโลงที่สำคัญมากเพราะบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ  ส่วนโลง 2 คือโลงสแตนเลส วางบนท่อนฟืนไม้จิก ล็อคด้วยกุญแจ 4 ตัว เพื่อป้องกันเปลวไฟไม่ให้เข้าไปถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้  และโลงสุดท้าย คือ ประติมากรรมนกหัสดีลิงค์ที่ครอบโลง 1 และ 2 อยู่  เมื่อฌาปนกิจแล้วร่างของหลวงพ่อจะอยู่ในโลงสแตนเลสกันเปลวไฟ และโลงจะล็อคเพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถเข้าถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้ตามประสงค์ของหลวงพ่อ  ซึ่งได้เตรียมการประกอบพิธีกรรมนางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบธรรมเนียมไทยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานกรรมการคณะดำเนินงาน ยืนยันในที่ประชุมกรรมการอำนวยการพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ไม่มีนโยบายในการจัดทำเหรียญหรือวัตถุมงคลที่ระลึกใด ๆ เพื่อการจำหน่าย จ่ายแจก เพราะทางมหาวิทยาลัยมีหน้าที่จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ และอำนวยความสะดวกแก่ศิษยานุศิษย์ตามเจตนารมย์ของหลวงพ่อเท่านั้น  ส่วนบุคคลกลุ่มใดจะทำอะไร อย่างไร ทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถบังคับได้

“มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีบุญเหลือเกินที่ได้เป็นผู้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ  การดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ไม่มีอุปสรรคใด ๆ  มีภาคีเครือข่ายที่ช่วยงานอย่างคับคั่ง  กระทั่งต้องมีกระบวนการรับรองผู้ที่อยากช่วยงานให้ชัดเจน เช่น เมรุทำอย่างไร จัดดอกไม้อย่างไร โลงในการบริจาคมีผู้เสนอชื่อช่วยเหลือ 10 คน  ดอกไม้จันทน์มีผู้บริจาคถึงหลักล้าน  จะมีเพียงปัญหาเล็กน้อยจากวัยรุ่นผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้สเปย์ฉีดพ่นพญานาครูปหล่อที่ใช้เป็นบริวารเมรุลอยนกหัสดีลิงค์  ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จากเดิมที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมความสวยงามจึงถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่ปิด  เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกยิ่งขึ้น  นอกจากนั้นการทำงานส่วนอื่น ๆ ทั้งด้านสถานที่ พินัยกรรม ก็ไม่มีปัญหา  ส่วนตัวมองว่า นับเป็นยุครุ่งเรืองที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทำงานให้หลวงพ่อซึ่งเป็นที่เคารพรักศรัทธา นับเป็นภาพที่จะอยู่ในความทรงจำของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นและพุทธศาสนิกชนไทยตลอดไป” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว

นอกจากนั้นหลังแล้วเสร็จพิธีกรรม ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับฉันทานุมัติจากคณะดำเนินงานพิธีพระราชทานเพลงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ) เป็นกรณีพิเศษ ให้จัดสร้างเจดีย์ครอบบริเวณที่จัดพิธีฌาปนกิจสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ  โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายนาคและสัตว์ป่าหิมพานต์ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ตลอดกาล

ขอบคุณข้อมูล ww.kku.ac.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่