สท.หัวหิน สุดเซ็ง ถูกแฮกไลน์ยืมเงินเหยื่อ 2 รายหลงเชื่อ สูญเงินหมื่นบาท

 

สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน สุดเซ็ง ถูกคนร้ายแฮกไลน์จากเบอร์มือถือเก่าส่งข้อความขอยืมเงินไปทั่ว มีเหยื่อ 2 ราย หลงเชื่อโอนเงินให้รวมหนึ่งหมื่นบาท  ล่าสุดเจ้าตัวและผู้เสียหายแจ้งความให้ตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว พร้อมยืนยันไม่เคยขอยืมเงินใครทางไลน์เด็ดขาด หากใครได้รับข้อความให้โทรมาสอบถามก่อน

วันที่ 8 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบ นายอุดม ดวงแข อายุ 62 ปี สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน(สท.) หลังรับทราบว่า สท.คนดังถูกคนร้ายแฮกไลน์ ส่งข้อความไปขอยืมเงินเพื่อนสมาชิกในไลน์เป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยพบ นายอุดม กำลังพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายพงษ์สวัสดิ์ เพิ่มพูนทวีชัย อายุ 60 ปี โดยนายพงษ์สวัสดิ์ เป็นคนหนึ่งที่ได้รับข้อความขอยืมเงินจากไลน์ที่ใช้ชื่อนายอุดม และมีรูปโปรไฟล์เป็นหน้าของนายอุดมด้วย แต่นายพงษ์สวัสดิ์ ไหวตัวทันและมั่นใจว่าไม่ใช่นายอุดมตัวจริงแน่นอนจึงได้ทำการบล็อกไลน์และแจ้งเจ้าตัวให้รับทราบว่าถูกแฮกไลน์ไปขอยืมเงิน ซึ่งก็พบว่ามีเพื่อนรอบตัวของนายอุดม ได้รับข้อความขอยืมเงินหลายราย ถูกขอยืมเงินตั้งแต่ห้าพันบาท ถึงสองหมื่นห้าพันบาท  ซึ่งมีหลายคนสงสัยโทรมาสอบถามนายอุดม

นายอุดม ดวงแข สท.หัวหิน กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที 5 มกราคม ที่ 2562 ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์สอบถามเรื่องการขอยืมเงินจากคนรู้จักหลายราย จึงทราบว่าถูกคนร้ายแฮกไลน์ ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์เก่าของตนเอง ยกเลิกการใช้งานมากว่าหนึ่งปี แต่ก่อนยกเลิกการใช้งานไม่ได้ทำการลบบัญชีผู้ใช้งานแอพลิเคชั่นไลน์ ทำให้เป็นช่องว่างให้คนร้ายแฮกข้อมูลส่งข้อความไปขอยืมเงินเพื่อนๆและคนรู้จัก โดยอ้างว่ามีธุระด่วน จะคืนให้ในวันรุ่งขึ้น โดยขอยืมตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไปถึง สองหมื่นห้าพันบาท  มีการส่งเลขบัญชีธนาคารของหญิงสาว ชื่อว่า ลลิตวดี จันทร์เชย ไปให้ เมื่อสอบถามว่าทำไมไม่โอนไปบัญชีของนายอุดมเอง คนร้ายก็ตอบกลับมาว่า เป็นบัญชีของลูกน้อง ซึ่งต่อมาก็ทราบว่ามีคนรู้จักหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโอนเงินไปให้ 2 ราย รายละห้าพันบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นบาท  เมื่อทราบเรื่องดังกล่าว ตนและผู้เสียหายอีก 2 ราย ได้นำหลักฐานการโอนเงินไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.หัวหินทันที

ทั้งนี้ลูกของตนได้ขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจ ตรวจสอบข้อมูลเจ้าของบัญชีธนาคารดังกล่าว ทราบว่า เจ้าของบัญชีเปิดบัญชีที่จังหวัดลพบุรี  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งตนมองว่า เจ้าของบัญชีอาจจะเป็นคนร้ายที่แฮกข้อมูล หรืออาจจะถูกคนร้ายตัวจริงว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารก็เป็นได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าคนร้ายสมัยนี้พัฒนานี้มาก มีการหาข้อมูลมาอย่างละเอียด รู้ความเคลื่อนไหวว่าตนเองคุย หรือติดต่อสื่อสารกับใคร ทำให้เหยื่อไว้วางใจ โอนเงินให้

อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนได้แจ้งเตือนคนรู้จัก และเพื่อนๆทั้งทาง Facebook และ LINE รวมทั้งลูกๆและสมาชิกในครอบครัวก็ช่วยกันกระจายข่าวว่าตนเองถูกแฮกไลน์ อย่าหลงเชื่อโอนเงินให้เด็ดขาด  และยืนยันว่าตนเองไม่เคยขอยืมเงินใครทางไลน์แน่นอน หากใครได้รับข้อความขอให้โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลก่อน

ข่าว/ภาพ วิมล ทับคง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่