ชาวโซเซียลแห่คอมเม้นท์กันระรัว  หลังรถรางทุ่งกังหันลมถูกสั่งระงับ  แต่มีเหน็บจนท.มาช้าดีกว่าไม่มา  

ชาวโซเซียลแห่คอมเม้นท์กันระรัว  หลังรถรางทุ่งกังหันลมถูกสั่งระงับ  แต่มีเหน็บจนท.มาช้าดีกว่าไม่มา  

เพชรบูรณ์-ชาวโซเซียลแห่คอมเม้นท์กันระรัว  หลังรถรางทุ่งกังหันลมถูกสั่งระงับ  แต่มีเหน็บจนท.มาช้าดีกว่าไม่มา  

วันที่ 8 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเฟสบุ๊คอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำภาพและข้อมูลหลังจากคณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เข้าตรวจสอบรถรางที่ให้บริการบริเวณทุ่งกันลมเขาค้อ หลังนักท่องเที่ยวร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียถึงบริการจัดการวิสาหกิจรถรางทุ่งกังหันลมเอาเปรียบ ออกเผยแพร่ชี้แจงถึงผลดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคณะเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้สั่งระงับการเดินรถรางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการปรับปรุงระบบเส้นทางและระบบบริหารจัดการ รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ก่อน ทำให้มีการแชร์ข้อความดังกล่าวกันกระจาย นอกจากนี้ยังมีชาวโซเซียลรวมถึงนักท่องเที่ยว สาวนใหญ่แสดงความเห็นด้วยที่สั่งให้งะรับการเดินรถราง แต่ก็ยังมีเสียงเหน็บแหนมทางเจ้าหน้าที่มามาช้าแต่ดีกว่าไม่มา หรือตำหนิในทำนองมีปัญหาร้องเรียนก็ออกมาแก้เดี่ยวก็เงียบอีก

ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่นำประสบการณ์ที่เคยมาใช้บริการรถรางแห่งนี้มาบอกเล่า ถึงการถูกเอารัดเอาเปรียบจนเสียความรู้สึกจนไม่คิดจะกลับมาอีก โดยถึงกับระบุว่า “มา 6 คนถึงกับจนในพริบตา” เนื่องจากแทบทุกจุดจะต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งยังตำหนิเรื่องค่าบริการค่อนข้างแพง คนในพื้นที่และผู้ประกอบการมุ่งจะกอบโกย จนเมินความรู้สึกของนักท่องเที่ยวทำให้ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังตำหนิเรื่องราคาที่พักและอาหารบนเขาค้อที่แพงเกินไป พร้อมเตือนให้ระวังจะไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยว  ในขณะที่ยังมีชาวเพชรบูรณ์ร่วมแสดงความเห็น รับไม่ได้กับราคาค่าบริการรถรางที่แพงเกินไปและยังเก็บยิบเก็บย่อยอีก พร้อมจี้ให้เร่งแก้ไขโดยเร็วก่อนจะทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามบนเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ “ผญ.เบิร์ด ชนบท” มีการโพสต์ภาพทุ่งเทเลทับบี้พร้อมข้อความแจ้งประชาสัมพันธ์ โดยอ้างในทำนองว่า “จะเปิดให้เข้าชมทุ่งเทเลทับบี้ฟรี สำหรับคนที่ภูมิลำเนาเป็นคนเขาค้อ และคนที่มาปฏิบัติงานอยู่บนเขาค้อ โดยให้ยื่นบัตรประชาชนแทนตั๋วบัตร” ซึ่งปรากฏว่าชาวโซเซียลต่างแห่แชร์ข้อความดังกล่าวกันกระจาย พร้อมยังแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลาย แต่ทั้งนี้ล่าสุดปรากฏว่าบนเฟสบุ๊คดังกล่าวได้มีการลบทิ้งข้อความดังกล่าวไปแล้ว โดยไม่มีการแจ้งถึงเหตุผลแต่อย่างใด

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่