ชาวนากาฬสินธุ์ฝ่าวิกฤตแล้งงดทำนาปรังหันปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จับกลุ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในรูปแบบประชารัฐ ที่ประหยัดทุน ใช้น้ำน้อย มีประกันราคา รับซื้อกิโลกรัมละ 8-10 บาท ขอบคุณรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จัดโครงการดีๆให้ชาวบ้านมีรายได้ และมีกำไรดีกว่าปลูกข้าวนาปรังและพืชชนิดอื่น

วันที่ 7 มกราคม 2561 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพในฤดูแล้ง ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้งในเขตใช้น้ำชลประทานและนอกเขตชลประทาน พบว่าหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามทราบว่าเคยปลูกพืชชนิดอื่น และทำนาปรัง แต่ในฤดูแล้งปีนี้ได้หันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง โดยให้ปลูกพืชทางเลือกใหม่
นายคำภู ภูพิธาน อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 252 หมู่ 2 บ้านหนองบัวหน่วย ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่นา 24 ไร่ เดิมเคยทำนาปีและฤดูแล้งทำนาปรัง แต่การทำนาต้องใช้ต้นทุนสูง ทั้งค่าปุ๋ยยา ค่าแรง ค่าเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะการทำนาปรัง ซึ่งน้ำไม่ค่อยสะดวก ต้องสิ้นเปลืองเงินซื้อน้ำมันสูบน้ำ อย่างที่ชาวบ้านเรียกว่าซื้อน้ำใส่นาข้าว ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการทำนา เมื่อนำข้าวเปลือกไปขายได้ราคาต่ำ หักค่าใช้จ่ายแล้วขาดทุน เมื่อประสบปัญหาดังกล่าว จึงได้หันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตามที่เจ้าหน้าที่เกษตรได้เข้ามาคำแนะนำ


นายคำภู กล่าวอีกว่า ปลูกปีแรกค่อนข้างมีปัญหา เพราะเป็นมือใหม่ ทั้งประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังพอได้กำไร ปีที่ 2 ได้กำไร 38,000 บาท ได้กำไรมากกว่าปลูกข้าวนาปรังและพืชชนิดอื่น ปีนี้ปลูกเป็นปีที่ 3 ซึ่งตั้งใจว่าจะทำให้ได้กำไรมากกว่าเดิม เพราะการปลูกข้าวโพดฤดูแล้งหรือปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกง่าย ดูแลง่าย ใช้น้ำน้อย มีเจ้าหน้าที่เกษตรมาให้คำแนะนำตลอดทุกขั้นตอน ที่สำคัญมีการประกันราคารับซื้อผลผลิต โดยจำหน่ายฝักแก่ กิโลกรัมละ 8-10 บาท ขึ้นอยู่กับค่าความชื้น ซึ่งราคาดี ทำให้เกษตรมีกำลังใจและมีความเชื่อมั่น ว่าปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ราคาดี และดีกว่าปลูกพืชชนิดอื่น ขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการดีๆอย่างนี้สู่ชุมชน และให้ชาวบ้านมีอาชีพทางเลือกที่หลากหลาย จำหน่ายผลผลิตได้กำไร
ด้านนางละม่อม สุนทรชัย เกษตร อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นนโยบายของรัฐบาล ตามโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา และต้องการให้เกษตรกรมีการปลูกพืชหมุนเวียน โดยลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง ที่ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการหล่อเลี้ยงต้นข้าวตลอด 3 เดือน ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุน มอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานเกษตร ธ.ก.ส. ท้องถิ่น ท้องที่ ให้สินเชื่อ ผ่าน ธ.ก.ส. จัดหาตลาดจำหน่ายผลผลิต โดยมีเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งด้านเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยบำรุง และรับซื้อผลผลิต ซึ่งเป็นการดำเนินการในรูปแบบประชารัฐ
นางละม่อมกล่าวอีกว่าการส่งเสริมเกษตรกร ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพที่ดีกว่า โดยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ แทนการทำนาปรังในฤดูแล้ง ซึ่งพบว่าเกษตรให้ความสนใจมากขึ้น ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง เกษตรกรมีกำไร เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานนำประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล โดยฤดูกาลผลิตปีที่ผ่านมาได้ผลผลิต 970 ก.ก./ไร่ ขณะปีนี้ฤดูกาลเพาะปลูก 61/62 ในเขต อ.ยางตลาด เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 266 ราย พื้นที่ 1,829.25 ไร่ ในขณะที่ทั่ว จ.กาฬสินธุ์ มีเกษตรให้ความสนใจร่วมโครงการ 1,318 ราย พื้นที่ 9,895.75 ไร่

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่