ประมงพื้นบ้านรอต่อ “ฉัตรชัย” เมินแก้ ม.34 พระราชกำหนดประมง

กรมประมงจัดประชุมสมัชชาประมงพื้นบ้านประเทศไทย ร่วมหาทางแก้ไขปัญหากลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ขณะที่พล.อ.ฉัตรชัย รมว.เกษตรฯ ยังแทงกั๊กเรื่องการยกเลิก ม.34 ชี้รัฐบาลต้องหารือเรื่องความเหมาะสมเสียก่อน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การรวมตัวในการจัดสัมมนาของชาวประมงพื้นบ้านครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนา ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆของชาวประมงพื้นบ้านมาโดยตลอด และก็พบว่าที่ผ่านมาชาวประมงพื้นบ้านเริ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น

ส่วนตัวนั้นอยากเห็นทะเลทั่งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ให้กับลูกหลานชาวไทยต่อไป ซึ่งการพัฒนาประมงพื้นบ้านให้ยั่งยืนนั้นชาวประมงจะต้องมีเรือที่เหมาะสมในการประกอบการประมง, เครื่องมือต้องไม่ทำลายธรรมชาติ และชาวประมงต้องมีความเข้าใจเรื่องธรรมชาติท้องทะเลเป็นอย่างดี

ซึ่งถ้ามี 3 องค์ประกอบดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนจริงๆ ส่วนเรื่องคำสั่งในมาตรา 34 ของพระราชกำหนดประมงที่ควบคุมระยะทางในการออกทะเลของเรือประมงนั้นต้องมีการหารือกันอีกครั้งถึงความเหมาะสมเสียก่อนจึงจะสามารถยกเลิกประกาศดังกล่าวได้

ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ไปหลายฉบับแล้วและได้ประกาศกฎหมายใช้ทดแทน ซึ่งส่วนตัวอยากเห็นการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังระหว่างภาครัฐและชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งทุกคนต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหาและกลบจุดอ่อนข้อจำกัดทั้งหมดให้ได้

ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านก็ต้องพยายามเรียนรู้การทำการค้าแบบสากลด้วยเพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับตนเองให้รู้จักตลาดว่าอะไรที่มีราคาดี จะได้ไม่เป็นการจับสัตว์น้ำแบบพ่ำเพื่อและจะเป็นการรักษาธรรมชาติทางทะเลอีกด้วย

ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า การจัดประชุมดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ และการจัดการทรัพยากรประมง รวมทั้งเป็นการหารือถึงปัญหาการทำประมงที่เกิดขึ้นในมิติต่างๆ

พร้อมติดตามนโยบายภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนเพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงร่วมกัน โดยสาระสำคัญของการประชุมที่ชาวประมงพื้นบ้านหยิบยกขึ้นมาหารือมีด้วยกัน 8 ประเด็น คือ 1.ขนาดพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในการทำประมง และแนวทางการบริหารจัดการพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์น้ำ

2.ประสบการณ์งานฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำโดยองค์กรชุมชน 3.สิทธิและบทบาทชาวประมงพื้นบ้านในกฎหมายและนโยบาย 4.การจัดการสัตว์นำแบบมีคุณภาพ-มาตรฐานหลังการจับสัตว์น้ำ 5.พลังงานหมุนเวียนในชุม 6. ปัญหาที่อยู่อาศัยชายฝั่งโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนประมงพื้นบ้าน 7.กระแสบลูอีโคโนมี่โครงการขนาดใหญ่กับสาธารณะชายทะเล และ 8.บทบาทผู้หญิงในชุมชนประมงพื้นบ้าน

นอกจากนี้กรมประมงยังได้ทำการเปิดจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมงภายในงานด้วย ซึ่งชาวประมงที่เข้าร่วมงานสามารถขึ้นทะเบียนได้โดยใช้เพียงบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารรับรองว่าเป็นผู้ทำการประมง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่