ทวงหนี้ไม่ได้ คว้าหมูแดดเดียวติดมือไปแทน เจอแจ้งวิ่งราวทรัพย์

ฉะเชิงเทรา – “ใครผิด” สองผัวเมียติดตามทวงหนี้สิน เงินค่าเนื้อหมูสดคืนไม่ได้มานานแรมปี ยั้วคว้าหมูแดดเดียวเสียบไม้ปิ้งของลูกหนี้ติดมือกลับไปแทน เจอคู่กรณีบุกเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์”

วันที่ 7 ม.ค.61 เวลา 17.30 น. ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิบูลย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ทำการสอบสวนปากคำ นายณัฐิวุฒิ จินดาอินทร์ อายุ 22 ปี พร้อมด้วย น.ส.พัชรินทร์ อุ่นเรือนงาม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 ม.1 ต.บางด้วน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สองสามีภรรยาผู้ค้าส่งเนื้อหมู หลังถูก นายอวยชัย จิตรแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225 ม.10 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และ น.ส.พิสมัย เชื้อเรณู อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/12 ม.5 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สองสามีภรรยาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกทั้งสอง “วิ่งราวทรัพย์” ชิงเอาหมูแดดเดียวเสียบไม้ไปจากแผงตากที่หน้าร้าน

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่7 ม.ค.61 หลังจากผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นผู้ค้าส่งเนื้อหมูให้แก่ร้านค้า ร้านอาหารตามครัวในโรงงานอุตสาหกรรม ได้เดินทางผ่านมาติดตามทวงหนี้จากสองสามีภรรยาผู้ผลิตเนื้อหมูแดดเดียวแบบเสียบไม้ส่งขายให้แก่ร้านปิ้งย่าง ที่ติดหนี้ค่าเนื้อหมูสดจำนวนเงิน 15,000 บาท มานานถึงเกือบ 1 ปีเต็ม และติดตามทวงคืนค่าเนื้อหมูไม่ได้ จึงได้ก่อเหตุนำเนื้อหมูที่ทั้งสองคนเสียบไม้หรือทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำมาแขวนตากแห้งเอาไว้ยังบริเวณด้านหน้าร้านติดมือกลับไปจำนวน 150 ไม้โดยอ้างว่าให้คิดตีราคาแทนเป็นเงินสดในราคาไม้ละ 10 บาท

แต่ต่อมาในเวลา 12.30 น. สองสามีภรรยาผู้ผลิตหมูแดดเดียวเสียบไม้ส่งขาย ได้เดินทางมาเข้าพบ ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิบูลย์ ร้อยเวรอาญา เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกทางฝ่ายของสองสามีภรรยาผู้ค้าส่งเนื้อหมูสดเข้ามาวิ่งราวทรัพย์ไปจากหน้าร้าน โดยหยิบฉวยเอาหมูปิ้งไปจากแผงตากที่หน้าร้านไปจำนวน 150 ไม้โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากทางเจ้าของ หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการสอบสวนปากคำ พร้อมเตรียมพยานหลักฐานในการขอหมายจับ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ต่อมาในเวลา 17.30 น. สองสามีภรรยาฝ่ายผู้ค้าส่งเนื้อหมูสด จึงได้เดินทางมาถึงยัง สภ.บางปะกง เพื่อให้ปากคำ ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกันในข้อขัดแย้งดังกล่าว ต่อหน้าพนักงานสอบสวนหลังจากที่ได้เข้ามาประจันหน้ากัน

โดย น.ส.พัชรินทร์ กล่าวว่า ทางฝ่ายของผู้ค้าหมูแดดเดียวเสียบไม้ไม่ยินยอมจ่ายหนี้สินค่าเนื้อหมูสดที่ติดค้างตนมานาน นับตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2560 จนตนได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปะกง เอาไว้แล้ว เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 21 ก.พ.60 โดยที่พนักงานสอบสวนในขณะนั้นได้มีการเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาพบและไกล่เกลี่ยให้ โดยทางฝ่ายผู้ค้าหมูเสียบไม้ได้ยินยอมรับปากต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะทำการผ่อนชำระชดใช้คืนให้ เนื่องจากในการซื้อขายกันได้มีการทำสัญญากันแบบเป็นลายลักษณ์อักษร และถ่ายภาพเอาไว้ด้วย

แต่แล้วต่อมาทางฝ่ายของผู้ค้าหมูเสียบไม้ ก็ยังไม่ยินยอมที่จะจ่ายเงินให้จนครบตามจำนวนของยอดหนี้คงค้าง คือ จำนวน 15,000 บาทจากทั้งหมด 30,000 บาท ที่ยังติดค้างเอาไว้ และไม่ได้ทำการผ่อนจ่ายต่อให้อีก และเมื่อตนขับรถผ่านเส้นทางมา เพื่อที่จะนำเนื้อหมูสดไปส่งยังในนิคมอุตสาหกรรม ย่านจังหวัดชลบุรี และระยอง ก็จะแวะเข้ามาทวงถามอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ยินยอมที่จะจ่ายให้

ในวันนี้จึงได้ขอหยิบเอาหมูเสียบไม้แดดเดียวที่แขวนตากอยู่ด้านหน้าร้านไปจำนวน 130 ไม้ โดยให้หักเป็นเงินทดแทนไปในราคาไม้ละ 10 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท ซึ่งในระหว่างที่ตนหยิบนำหมูไปนับก็ยังได้บอกแก่ทางฝ่ายของนายอวยชัย ที่นอนเล่นอยู่ในร้าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับปั้มน้ำมัน ปตท.(จิ๊บฟี่) กม.37 ถนนสายบางนา-ตราด (ถนนเทพรัตน) ด้านฝั่งขาออกแล้ว ซึ่งก็เห็นว่านายอวยชัย ก็ไม่ได้ว่าอะไร และยังช่วยจับสุนัขในร้านเอาไว้ไม่ให้เข้ามากัดพวกตนด้วย จึงไม่คิดว่าเขาจะหัวหมอเข้ามาแจ้งความกันแบบนี้ เพราะต่างคนก็ต่างทำมาหากินด้วยกัน น.ส.พัชรินทร์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.พิสมัย กล่าวว่า หมูแดดเดียวเสียบไม้นั้นเป็นของนายอวยชัย ส่วนคนที่เป็นหนี้นั้น คือ ตนเอง เมื่อสองสามีภรรยามาหยิบเอาของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องไป โดยที่เจ้าของนั้นไม่ได้ยินยอม จึงเป็นการวิ่งราวทรัพย์ เจ้าของเขาจึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว น.ส.พิสมัย กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าวว่า กรณีนี้คดีเป็นคนละส่วนกัน ในส่วนของฝ่ายเจ้าหนี้นั้นเป็นคดีแพ่ง หากต้องการได้ทรัพย์สินหรือหนี้สินคืนนั้น ควรที่จะไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งตัดสิน ส่วนการที่เข้ามาหยิบฉวยเอาทรัพย์สินผู้อื่นไปโดยที่ทางฝ่ายเจ้าของไม่ได้ยินยอมนั้น ถือเป็นการวิ่งราวทรัพย์มีโทษทางคดีอาญา จึงต้องรับแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ และทำการสวบสวนดำเนินคดีไปตามกฎหมายที่กำหนด โดยศาลจะเป็นฝ่ายชี้ถูกผิดให้เอง ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่