ตร.แจ้งข้อกล่าวหาชาวบ้าน-พระ 5 คน รวมหัวกันลักลอบตัดไม้พะยูง เผาตอทำลายหลักฐานในวัด

สระแก้ว – ตำรวจ สภ.ปางสีดา แจ้งข้อกล่าวหาชาวบ้านที่เป็นกรรมการวัดและพระ รวม 5 ราย รวมหัวกันลักลอบตัดไม้พะยูงอายุเกือบ 100 ปี ในวัดโคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว หลังชาวบ้านเข้าแจ้งความไว้เกือบ 1 ปี แต่คดียังไม่คืบ ส่วนป่าไม้ปัดไม่ยุ่งเกี่ยวให้เป็นเรื่องของตำรวจ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่ นางวิลาวัลย์ เคลือบคลาย ข้าราชการครูบำนาญ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.9 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว และพระลูกวัดโคกปี่ฆ้อง ที่เห็นเหตุการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูง อายุเกือบ 100 ปีภายในวัด ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ ร.ต.อ.ชูศักดิ์ กลางประพันธ์ ร้อยเวร สภ.ปางสีดา เมื่อเดือน ม.ค.61 ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันลักลอบตัดไม้หวงห้ามภายในวัดโคกปี่ฆ้องนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางวิลาวัลย์ เคลือบคลาย ว่ามีการเผาตอไม้พะยูงภายในวัด เพื่อทำลายหลักฐานแล้ว ซึ่งเรื่องขายไม้พะยูงในวัดนั้น ก่อนหน้านี้มีนายทุนมาติดต่อขอซื้อไม้พะยูงในราคา 150,000 บาท ตั้งแต่เจ้าอาวาสคนก่อน ซึ่งก็มาปรึกษากับสามีซึ่งเป็นนายก อบต.โคกปี่ฆ้อง ก็แนะนำไปว่า ทำไม่ได้ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นเจ้าอาวาสรักษาการคนปัจจุบัน ก็ไปปรึกษาผู้ใหญ่บ้านและมีการลักลอบตัดเมื่อช่วงกลางคืนในเดือน ม.ค.61 ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปางสีดา พร้อมกับพระรูปหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เห็นดำเนินการอะไรคืบหน้า

นางวิลาวัลย์ ระบุด้วยว่า มีชาวบ้านในพื้นที่เอานายทุนมาซื้อไม้พะยูง เชื่อว่าเป็นคนมีสี ตนไปแจ้งป่าไม้เขตที่ ต.บ้านแก้ง เจ้าหน้าที่ก็บอกแค่ไม่ยุ่ง บอกให้ไปแจ้งตำรวจก่อน มีหลักฐานเป็นภาพ มีคลิป ยังไม่ดำเนินการกัน สุดท้ายตอนนี้ยังมีการมาเผาตอทิ้งอีก ตอนนี้อยากให้เอาคนผิดมาลงโทษ ไม้พะยูงส่วนหนึ่งอยากให้เอามาคืน เพราะหลังเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนขาย ซึ่งหลังขายเสร็จก็มีการนำเงินไปเข้าบัญชีวัด 60,000 บาท

ส่วน นางบุญธิดา เคลือบคลาย ซึ่งปลูกบ้านติดกับวัดโคกปี่ฆ้องและอยู่ใกล้กับต้นไม้พะยูงที่ถูกตัดไม่ถึง 20 เมตร กล่าวว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มานานมากตั้งแต่เด็ก ทุกวันไม้พะยูงต้นนี้ก็จะเป็นร่มเงามาถึงที่บ้าน ทำให้ร่มรื่น มาตอนนี้โดนแอบขโมยตัดไปก็รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นไม้ใหญ่ของวัด มาอยู่นี่ก็เห็นตลอด

ทางด้าน พระบุญเหลือ สวโร อายุ 80 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกปี่ฆ้อง กล่าวว่า เสียดายไม้พะยูงต้นนี้ เพราะอายุน่าจะถึง 100 ปี ตนเองเกิดมาก็เห็นแล้ว ก็เสียดายไม่เห็นต้นไม้ต้นนี้อีก ได้ยินแต่เสียงเลื่อยเครื่องตอนตัดแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตัด ซึ่งตอนที่ตนเองเป็นเจ้าอาวาสวัด ก็มีคนมาขอซื้อไม้พะยูงต้นนี้ในราคา 150,000 บาท เหมือนกัน แต่ตนเองไม่ขาย และก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงมาลักตัดตอนกลางคืน ไม่มาตัดตอนกลางวัน หากบอกว่าซื้อขายกันถูกต้อง

ขณะที่ พระโกศีล ธีระธัมโม อายุ 57 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดโคกปี่ฆ้อง ชี้แจงว่า ไม้พะยูงที่วัดมีจริง กรณีที่มีการตัดไม้พะยูงนั้นมีคณะกรรมการเห็นด้วยลงมติให้มีการตัดไปขายเพื่อเอาเงินเข้าวัด ซึ่งกรรมการให้ขายไป 60,000 บาท ซึ่งขายให้ใครอาตมาก็ไม่รู้ ทราบว่ามีการแจ้งความ ซึ่งตำรวจเรียกไปพบและสอบปากคำตั้งแต่เดือน เม.ย.แล้ว ซึ่งอาตมาไม่รู้เรื่องว่า มีการขออนุญาตอย่างไร ชาวบ้านเขาจัดการเอง แต่ไม้มันตายแล้วตั้งแต่ยอดลงมา เอาไว้มันก็จะทิ้งไปเฉย ๆ

“วัดกำลังทำ กรรมการเห็นว่า ถ้าทำตรงนี้ก็จะได้เงินมาเพิ่มในการบูรณะวัด มีการขออนุญาตหรือไม่อาตมาภาพก็ไม่รู้ กรรมการเป็นผู้จัดการเอง ส่วนการเผาเมื่อไม่กี่วันเพราะมันมีไม้ มีเศษไม้ไผ่เกะกะอยู่เขาก็เลยเผา ส่วนกรณีที่มีการมาตัดไม้ตอนกลางคืนนั้น ไม่รู้เหมือนกัน ตอนกลางคืนก็อยู่ แต่ไม่รู้ว่ามาตัดตอนไหน คนอยู่บ้านใกล้ ๆ ยังไม่ได้ยินเสียงเลย มารู้อีกทีตอนสว่างแล้ว” รักษาการเจ้าอาวาสวัดโคกปี่ฆ้อง กล่าว

พ.ต.อ.ชาติ งานพิทักษ์ ผกก.สภ.ปางสีดา เปิดเผยความคืบหน้าคดีนี้ว่า ได้รับรายงานจาก ร.ต.อ.ชูศักดิ์ กลางประพันธ์ เจ้าของคดี และ พ.ต.ท.บุญนาค ตราชู สว.สส.สภ.ปางสีดา แล้วว่า ขณะนี้ได้สอบผู้เสียหายและพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยนำเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้งหมดแล้ว และได้เรียก    ผู้เกี่ยวข้องมาแจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 5 ราย ซึ่งประกอบด้วย กรรมการวัดและพระ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 4 ราย เหลืออีกเพียง 1 ราย ซึ่งหากไม่มาก็จะมีการออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ ได้รายงานกรณีดังกล่าวไปยัง พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว รับทราบแล้ว ภายหลังได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งติดตามคดีนี้อย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้พะยูงทั้งหมดว่า ร่วมกันทำและมีไม้หวงห้าม(ไม้พะยูง) อันยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครอง โดยยังไม่มีรูปรอยตราค่าภาคหลวงและรอยตรารัฐบาล ซึ่งทราบว่า มีการนำไม้ไปขายให้กับนายทุนในราคาเพียง 60,000 บาทเท่านั้น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่