บิ๊กโจ๊กลั่น ยันเดินหน้าสาวถึงไฟแนนซ์ที่ว่าจ้างคดียึดรถโหด พร้อมระบุต้องไม่มีการยึดทรัพย์สินโดยใช้ความรุนแรง

บิ๊กโจ๊กลั่น ยันเดินหน้าสาวถึงไฟแนนซ์ที่ว่าจ้างคดียึดรถโหด พร้อมระบุต้องไม่มีการยึดทรัพย์สินโดยใช้ความรุนแรง

วันที่ 6 ธ.ค.61 ที่สภ.เมืองกระบี่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการกระทำความผิดทางอาญา (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูง ได้เปิดการแถลงข่าวกรณีจับกุมผู้ต้องหายึดรถโหดหลังจับกุมได้ยกแก๊ง 5 คน ซึ่งหลังแถลงเสร็จ ได้ลงมาพูดคุยกับผู้เสียหายคือ    นายวัชรินทร์ เดชศรี เพื่อให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวยังไม่จบเพียงแค่นี้ ยังได้ให้ชุดสืบสวนดำเนินการสืบสวนสาวไปถึงไฟแนนซ์  ที่ว่าจ้างว่ามีความผิดหรือไม่ เพราะให้มายึดรถในลักษณะรุนแรง ส่วนกรณีของการทวงหนี้โหดนั้นก็ต้องหมดไปด้วยเช่นกัน การใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ต้องไม่มี ทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายที่กำหนด อยากจะฝากถึง        ไฟแนนซ์ต่างๆ ว่าให้ดำเนินการตามหลักกฎหมายเท่านั้น บ้านเมืองมีขื่อมีแป

ซึ่งชุดสืบสวนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการกระทำความผิดทางอาญา (ศปอส.ตร.)นำตัวนายธนศักดิ์ จารุกิจมนตรี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/112 ม.1 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง และนายพฤทธ์ ทองศรีชุม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206ม.2 ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ คดียึดรถโหด นำส่ง พ.ต.ท.สุนทร คำภาพันธ์ สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมด้วยของกลางเป็นรถยนต์เก๋งและรถอเนกประสงค์ 2 คันที่ใช้ในวันก่อเหตุ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งร่วมกันก่อเหตุไปยึดรถโหดจาก นายวัชรินทร์ เดชศรี ชาวอ.ปลายพระยา ที่ห้างโลตัสเมืองกระบี่ และเกิดการทำร้ายกันขึ้น ต่อมาผู้เสียหายได้นำคลิปขณะเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการกระทำที่รุนแรง จนสังคมเรียกร้องให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี เพราะกระทำต่อหน้า เด็ก และผู้หญิง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 61

ต่อมามีผู้ต้องหา 3 คน เข้ามามอบตัว คือนายสมชาย ทองมี นายอรรถชัย ทองผุด และนายโกวิท ณ พัทลุง ทั้ง 3 บ้านอยู่ จ.ตรัง แต่ผู้ต้องหาอีก 2 คน ไม่ยอมเดินทางมามอบตัว จึงออกหมายจับ

หลังจากนั้น ตำรวจ ศปอส.ตร. ได้สืบสวนจนทราบว่าทั้ง 2 คน หลบหนีกบดานอยู่ที่ จ.ตรัง จึงไปตามจับกุมตัวไว้ทั้ง    2 คน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ตรวจสอบประวัติพบว่า นายธนศักดิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดนี้ มีหมายจับของศาลจังหวัดตรัง และคดีได้พิพากษาตัดสินจำคุก 13 เดือน ในฐานฉ้อโกงทรัพย์ แต่ได้หลบหนีด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด หรือใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ นำส่งศาลฝากขังวันนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกระบี่ กดอ่านที่นี่