ฝูงควายเผือกหายากในปฐพี มีที่บุ่งหวาย

กระบือ หรือเรียกง่ายๆว่าควายที่เราเห็นกันจนชินตาคือสัตว์เคี้ยวเอื้อง 4 เท้าตัวอวบอ้วนลำตัวสีดำขลับ น้อยนักที่จะเห็นพวกมันมีตัวสีขาว เพราะนั่นหมายถึงความผิดปกติทางร่างกายที่เป็นมาแต่กำเนิดหรือที่รู้จักกันดีในนามควายเผือกหรือทางอีสานเรียกว่าควายด่อนนั่นเอง

ควายเผือกหรือควายด่อนนี้ไม่ได้พบเจอกันบ่อยนัก ซึ่งถ้ามีก็แค่ฝูงละไม่เกิน 1 ตัวเท่านั้น แต่ที่นี่กลับมีควายด่อนอยู่รวมกันเป็นฝูง และที่น่าสนใจคือพวกมันเป็นครอบครัวเดียวกัน

เจ้าด่อนและเจ้าเฒ่า คือพ่อแม่ของครอบครัวนี้ พวกมันถูกนำมาเลี้ยงที่นี่เมื่อหลายปีก่อนเพื่อเป็นการอนุรักษ์ควายไทยพื้นบ้าน ทาง อบต.บุ่งหวายได้แบ่งพื้นที่ 19 ไร่ของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบุ่งหวายให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ

นายสงกรานต์ คงนิล รองนายก อบต.บุ่งหวาย กล่าวว่า ที่ศูนย์แห่งนี้มีควายทั้งหมด 7 ตัวเป็นควายเผือก 6 ตัวส่วนอีก 1 ตัวออกมาเป็นสีดำ ซึ่งทั้งหมดคือครอบครัวเดียวกัน   ส่วนสาเหตุที่ตั้งศูนย์อนุรักษ์เริ่มจาก นายก อบต.คนก่อน ซื้อเจ้าด่อนกับเจ้าเฒ่ามาเลี้ยงไว้เพื่อการอนุรักษ์ แต่หลังจากที่นายกท่านนั้นเสียชีวิต ควายทั้ง 2 ตัวจึงถูกโอนให้ อบต.ช่วยดูแล และพวกมันเริ่มขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของตำบล

ควายเผือก คือ ควายที่มีความผิดปกติทางด้านยีนส์จนส่งผลให้สีของหนัง ขน และปลายจมูกมีสีขาวอมชมพูซึ่งจะพบได้เพียงร้อยละ 1 เท่านั้นซึ่งยีนส์ด้อยนี้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ซึ่งจะเห็นได้ว่าลูกที่ได้จากพ่อและแม่เป็นควายเผือก ก็มีโอกาสสูงที่ลูกจะเป็นควายเผือกด้วย

สำหรับฝูงควายด่อนหรือควายเผือกในศูนย์แห่งนี้ถือว่าเป็นการรวมฝูงควายด่อนมากที่สุดของของอำเภอวารินชำราบและอาจมากที่สุดในจังหวัดอุบลราชธานีเลยทีเดียว ซึ่งการเลี้ยงควายประเภทนี้อาจต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเพราะโดยปกติควายที่มีความผิดปกติจะใช้ชีวิตลำบากกว่าควายทั่วไป ทั้งเรื่องอาหารและการปรับตัวตามสภาพอากาศ บางครั้งอาจทำให้มีอารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายกว่าควายทั่วไป แต่สำหรับคนที่เคยเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากที่จะดูแลพวกมันให้อยู่ดีกินดี

ปัจจุบันควายในจังหวัดอุบลราชธานีลดปริมาณลงอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่ชาวนาเลิกใช้แรงงานจากสัตว์แล้ว และการเลี้ยงควายต้องอาศัยพื้นที่มาก ทั้งทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำเริ่มหายากขึ้น จึงไม่คุ้มค่าหากคิดจะเลี้ยงเพื่อการค้า ทำให้ควายเผือกที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งหาดูยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

สำหรับประชาชนที่อยากเห็นหรืออยากถ่ายรูปคู่กับควายด่อนหรือควายเผือกสามารถไปชมได้ที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบุ่งหวาย อยู่ตงข้ามองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวาย เข้าซอยด้านข้างสำนักงานพลังงานจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้ประชาชนเข้าชมควายเผือกได้ทุกวัน

สกู๊ปข่าวโดย : ประวิทย์ ตอพล

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น