ร้องยุติธรรมช่วยชาวบ้านแฉทุจริตถนนผี 10 ล้านถูกฟ้องหมิ่นเรียก 5 แสน

ร้องสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ช่วยเหลือ หลังชาวบ้านออกมาแฉโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง อบต.สามัคคีส่อทุจริตงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท แต่กลับถูกผู้บริหารฟ้องหมิ่นประมาทเรียกชดใช้ค่าเสียหาย 5 แสนบาท จี้อำเภอร่องคำต้นสังกัดเร่งดำเนินการ หลังคณะกรรมการตรวจสอบระดับจังหวัดชี้มีมูลความผิด และให้แต่งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำความผิด แต่กลับถูกดองเรื่องนานข้ามปี และโยนเรื่องให้อบต.สามัคคีตั้งกรรมการสอบสวนกันเอง

จากกรณีชาวบ้าน ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ บุก ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ทวงถามความคืบหน้าผลสอบโครงการถนนลูกรังผี งบกว่า 10 ล้านบาท หลังส่งเรื่องร้องเรียนและมีหลายหน่วยงานทั้ง ปปท., สตง., ปปช., ศูนย์ดำรงธรรมและท้องถิ่นจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบมานานกว่าปีครึ่งแล้วกลับเงียบหาย สงสัยถูกดองเรื่อง พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการปราบทุจริต ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 4 มกราคม 2561 ที่สำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์หลังใหม่ ชั้น 4 นายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภา อบต.สามัคคี พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง เยาวบุตร ตัวแทนภาคประชาชน ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ เข้าขอคำปรึกษาด้านติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบสำนวนการประพฤติทุจริตของฝ่ายบริหาร อบต.สามัคคี และขอความช่วยเหลือด้านคดีความ กรณีที่ถูกผู้บริหารฟ้องสมาชิก อบต.สามัคคี 8 คน และชาวบ้านอีก 1 คน ข้อหาหมิ่นประมาทและเรียกร้องค่าเสียหาย 5 แสนบาท โดยมีนายณรงค์ ขำเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานยุติธรรรม จ.กาฬสินธุ์ รับเรื่อง

นายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภา อบต.สามัคคี กล่าวว่า หลังจากที่ตนพร้อมสมาชิกสภา อบต.สามัคคีและตัวแทนภาคประชาชน ที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาว ต.สามัคคี ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ศูนย์ดำรงธรรม ท้องถิ่น ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ป.ป.ท.เขต 4 สตง.กาฬสินธุ์ และ ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ ร่วมตรวจสอบ หลังพบความผิดปกติการเบิกจ่ายงบประมาณของผู้บริหาร อบต.สามัคคี ที่ดำเนินการส่อไปทางทุจริตหลายโครงการ เริ่มตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง รวมเป็นเงินงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท แต่กลับถูกฝ่ายผู้บริหารฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งตน สมาชิกสภา และชาวบ้าน รวม 9 รายเพิ่มเติมอีกด้วย ทั้งๆที่ศาลได้มีคำสั่งประนีประนอมให้ใช้จาก 5 แสนบาท ลดเหลือ 5 หมื่นบาท แต่ก็ยังยื่นต่อศาลฯ ยืนยันจะเอาให้ได้ 5 แสนบาทตามเดิม

นายสุภัทรชัย กล่าวต่อว่า จนถึงวันนี้เรื่องการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนยังไม่คืบหน้า ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบระดับจังหวัดตรวจสอบแล้วและพบมีมูลความผิด โดยเฉพาะประเด็นโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังแบบกินเปล่า มีการลงลูกรังไม่ครบตามจำนวน ประเด็นมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยเฉพาะถนนลูกรัง ซึ่งบางโครงการไม่มีถนนอยู่จริง ไม่เคยมีเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน จึงเป็นถนนผีหรือโครงการผี แต่มีการเบิกจ่ายเงิน และไม่ปรากฏในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประเด็น อบต.สามัคคีไม่ได้ทำสัญญากับผู้รับจ้าง มีเจตนาเลี่ยงระเบียบกฎหมาย จงใจ เอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมา เจตนาส่อไปในทางทุจริตอย่างชัดเจน และประเด็นมีการจัดทำโครงการก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงถนนลูกรัง ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบันเป็นโครงการละไม่เกิน 1 แสนบาท มีการแบ่งย่อยโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้าง

นายสุภัทรชัย กล่าวอีกว่า สำหรับผลการตรวจสอบดังกล่าวทางคณะกรรมการระดับจังหวัดได้ส่งให้ทางอำเภอร่องคำ ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิด แต่ทางอำเภอร่องคำยังไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่ ปล่อยให้เรื่องผ่านมานานกว่าปีครึ่ง และทราบว่าทางอำเภอร่องคำ ได้มอบหมายให้ อบต.สามัคคี แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิดเอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าไม่บริสุทธิ์ ขาดความชอบธรรม และขัดแย้งกับความเป็นจริง เนื่องจากการให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อมาทำการสอบสวนตนเอง เพื่อมาเอาผิดตนเองและลงโทษตนเองนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งยังเป็นเครือญาติของผู้บริหารอบต.สามัคคีอีกด้วย ดังนั้นการที่อำเภอร่องคำไม่ยอมทำตามหน้าที่จะเป็นการเข้าข่ายเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเจตนาช่วยเหลือผู้กระทำความผิดน้อยลงหรือไม่

“พวกเราที่เป็นตัวแทนชาวบ้าน ได้ออกมาเรียกร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับงบประมาณแผ่นดิน แต่กลับถูกกระทำโดยฟ้องกลับ จึงได้มาขอความเป็นธรรมและขอพึ่งความยุติธรรม อีกทั้งทางอำเภอซึ่งได้รับมอบอำนาจจากทางจังหวัดตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2559 กลับไม่ดำเนินการใดๆ กระทั่งเปลี่ยนนายอำเภอ 3 คน และท้องถิ่นจังหวัด 3 คนแล้ว ก็ยังคงไม่คืบหน้า ชาวบ้านจึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโดยด่วนด้วย”นายสุภัทรชัยกล่าว

ด้านนายณรงค์ ขำเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานยุติธรรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังได้รับการร้องทุกข์จากนายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภา อบต.สามัคคีและนายบุญเพ็ง เยาวบุตร ตัวแทนภาคประชาชนแล้ว ได้ให้เขียนคำร้องออกเป็น 2 กรณี กรณีแรกในส่วนของการถูกฝ่ายบริหารฟ้องค่าเสียหาย 9 รายนั้น ก็จะให้ผู้ถูกฟ้องมาเขียนคำขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์กับศาล จ.กาฬสินธุ์ในวันพรุ่งนี้ ขณะเดียวกันก็จัดหาทนายให้ และให้ย้อนกลับไปพิจารณาที่ต้นเหตุของการออกมาร้องเรียนว่าเป็นมาอย่างไร เท็จจริงอย่างไร ผู้ฟ้องกระทำการอย่างที่ผู้ถูกฟ้องร้องเรียนจริงไหม ส่วนอีกกรณีคือการตรวจสอบความโครงการต่างๆที่ร้องเรียนเข้ามา ก็จะส่งเรื่องไปที่กระบวนการร่วมกระทรวงยุติธรรม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ร่วมกันตรวจสอบและพิจารณาตัดสินคดีต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น