ชาวบ้านสุดทนเผาโลงศพสาปแช่งนายทุน-เจ้าหน้าที่ร่วมกันหนุนโรงงาน ทำลายอาชีพพระราชทาน

สระแก้ว – ชาวบ้านวังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว รวมตัวกันเผาโลงศพไว้อาลัย เพื่อสาปแช่งนายทุนและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันหนุนก่อสร้างโรงงานน้ำตาล มุ่งทำลายอาชีพพระราชทาน ระบุโครงการนี้ไม่มีประโยชนต่อชุมชน รวยอยู่ 4 คน จนทั้งตำบล

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 23 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 บ้านวังใหม่ ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ได้ร่วมกันทำโลงศพ จำนวน 6 ใบ มาตั้งประท้วงกลางตลาดวังใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.60 เป็นเวลากว่า 1 ปีนั้น ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้มารวมตัวกันบริเวณริมถนนสาย 317 หน้าตลาดวังใหม่ เพื่อเผาโลงศพทั้งหมด พร้อมจุดธูปเทียนและเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งนายทุน และข้าราชการที่รวมหัวกันมุ่งทำลายอาชีพพระราชทาน เป็นการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโครงการขยายโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 60 เมกะวัตต์ เนื่องจากก่อสร้างติดกับชุมชน ตลาด ชุมชน สหกรณ์โคนมฯ และมีผลระยะยาวต่ออาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน อาชีพทำมะม่วงส่งออกและสวนลำไยนอกฤดู แม้ว่าจะมีการคัดค้านจากชาวบ้าน แต่ก็มีกระบวนการความไม่โปร่งใสหลายอย่าง เพื่อผลักดันโครงการให้เปิดให้ได้

นายสมจิตร พันธ์เพ็ง อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ต.วังใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากพิกัดก่อสร้างโครงการฯไม่ถึง 500 เมตร บอกว่า ตลอดช่วง 1 ปีเศษ โรงงานเร่งก่อสร้างโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน โดยมีหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกันปกปิด ผลักดันจนได้ ใบ รง.4 ก่อนใบอนุญาตตามมติ ครม.จะหมดอายุ เพียง 15 วัน ชาวบ้านไปยื่นหนังสือคัดค้านตั้งแต่ต้น จนถึงการยื่นขอประกอบกิจการทั้งที่ยังไม่ได้สร้างโรงงาน ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.วังสมบูรณ์ เป็นหลักฐานว่าก่อสร้างโดยที่มติ ครม.หมดอายุ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กลับพยายามควบคุมไม่ให้ชาวบ้านขยับหรือเรียกร้องใด ๆ เป็นการช่วยเหลือกันชัดเจน ดังนั้น การเผาโลงศพครั้งนี้ จึงทำเพื่อไว้อาลัยให้กับชาววังใหม่ ที่จะต้องรับกรรมในอนาคตและสาปแช่งนายทุน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่รวมหัวกันมุ่งทำลายอาชีพเลี้ยงโคนมของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9

“อยากให้เห็นว่า เสียงของพวกเราไม่มีประโยชน์ ไม่เหมือนเสียงตอนเลือกตั้ง อยู่ในป่าก็เอารถไปรับ นับคะแนนเสียงเราทุกเสียง แต่ตอนนี้เราไม่ต้องการ ทำไมไม่มีใครฟังเสียงเรา ชาวบ้านก็รู้สึกไม่พอใจเยอะ ชาวบ้านก็ต่อต้านมาตลอด จนเดี๋ยวนี้ก็คิดว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้น ไม่น่าให้เกิดในหมู่บ้าน เพราะมันไม่มีประโยชน์กับชาวบ้านเลย ชาวบ้านที่อยู่แต่ดั้งเดิมไม่ได้รับประโยชน์จากโรงงานแบบนี้ พูดกันง่าย ๆ คือ รวยอยู่ 4 คน จนทั้งตำบล” นายสมจิตร กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานแห่งนี้ได้รับการอนุมัติโครงการให้ขยายโรงงานตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2554 ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ อก.0609/566 ลงวันที่ 15 มี.ค.54 มีมติว่า ให้บริษัทดังกล่าว ขยายกำลังการผลิตจำนวน 2,000 ตันอ้อยต่อวัน และต้องแจ้งประกอบกิจการพร้อมเปิดเดินเครื่องให้แล้วเสร็จสิ้นภายในปี 2560 แต่โรงงานได้รับใบอนุญาต รง.4 ก่อนหมดอายุเพียง 15 วัน จึงไม่สามารถก่อสร้างหรือเปิดโรงงานได้ทันมติ ครม. แต่กลับมีการก่อสร้างมาจนถึงปัจจุบันและประกาศจะเปิดโรงงานในช่วงสิ้นปี 2561 นี้

ทางด้าน นายสมศักดิ์ กรึงไกร หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กรณีของโรงงานน้ำตาลในพื้นที่วังสมบูรณ์ ได้ใบ รง.4 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.60 ก่อนหมดอายุการอนุญาตตามมติ ครม.ปี 2554 และมีการยื่นประกอบกิจการหลังจากนั้นก่อนสิ้นปี 2560 แล้ว ทราบว่า จะมีการเปิดเดินเครื่องในช่วงปลายปี 2561 นี้ ส่วนโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด 60 เมกะวัตต์ ได้รับแจ้งว่า ผ่านการพิจารณาของ สผ.แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของกระทรวงพลังงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ โรงงานดังกล่าวได้จัดงานพิธีการนำอ้อยมงคลเข้าสู่สายพานการผลิตหีบอ้อยเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนการเปิดหีบอ้อยประจำปี 2561 ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ที่โรงงานแม่ในพื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการกิจการไร่อ้อยเข้าร่วมจำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน

นายสมศักดิ์ กรึงไกร หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว
นายสมจิตร พันธ์เพ็ง อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ต.วังใหม่ ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่