ชุมชนประวัติศาสตร์เสรีไทย  สร้างพระพุทธรูปเสรีไทยชนะมาร แลนด์มาร์คท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ใหม่เมืองแพร่

 

ตระหง่านปากทางเข้าแหล่งประวัติศาสตร์เสรีไทยเมืองแพร่ สร้างแลนด์มาร์คใหม่ พระขาวใหญ่ตระหง่านเห็นได้ถึง 4 อำเภอ ระลึกถึงขบวนการกู้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 สะดุดตานักท่องเที่ยวแวะเยือนร่องรอยความร่วมมือขบวนการกู้ชาติเสรีไทย

กลุ่มผู้สูงอายุและองค์กรต่างๆ ในชุมชนบ้านทุ่งแค้ว หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งแค้ว อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ ร่วมกันสมทบและระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสร้างพระพุทธรูปแกะพิมพ์ปูนสีขาวปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 20 เมตรจากฐาน ที่บริเวณพื้นที่สาธารณะพระธาตุตุงคำ หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งแค้ว ปัจจุบันก่อสร้างโครงสร้างฐานเรียบร้อยแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างองค์พระด้วยเทคนิคการหล่อพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยที่ประชุมคณะกรรมการกลุ่มผู้สูงอายุบ้านทุ่งแค้ว ร่วมกันกำหนดชื่อพระพุทธรูปดังกล่าวว่า “พระเสรีไทย ชนะมาร” สาเหตุที่ตั้งชื่อเสรีไทยชนะมาร เพราะในพื้นที่ก่อสร้างพระพูทธรูปปางมารวิชัยดังกล่าว ในอดีตเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของขบวนการเสรีไทยกู้ชาติในปี 2488 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยขบวนการเสรีไทย ขบวนการใต้ดินร่วมกับทหารฝ่ายสัมพันธมิตรต่อสู้กับการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่นรุกเข้ายึดครองเอเชียตะวันออกเชียงใต้ ภายหลังทหารสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ และทำให้ประเทศไทยไม่ตกอยู่ในกลุ่มประเทศแพ้สงครามเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกจากชายฝั่งทะเลของไทยแล้วบังคับให้ไทยร่วมทำสงครามบุกไปยังประเทศพม่าผ่านจังหวัดแพร่

พระพุทธรูปดังกล่าวสร้างไปแล้วร้อยละ 40 เป็นโครงสร้างฐานราก  ขั้นตอนต่อไปคือการหล่อองค์พระซึ่งถือเป็นหัวใจของงาน  การก่อสร้างนั้นใช้วิธีการหล่อองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแพร่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

 

นายพฤหัส มีเสน ประธานการจัดสร้างพระในที่ประชุมกลุ่มผู้สูงอายุบ้านทุ่งแค้วกล่าวว่า ในเรื่องชื่อพระพุทธรูปจะมีการแจ้งให้ทางญาติผู้ก่อการและสมาชิกกลุ่มขบวนการเสรีไทยได้รับทราบด้วย เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์พระซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในบริเวณดังกล่าว อันประกอบด้วยสนามบินชั่วคราว ถ้ำที่พักของทหารสัมพันธมิตรถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทยด้วย ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปีเศษ เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระพุทธรูปดังกล่าวจะมองเห็นจากจุดไกลๆของเมืองแพร่ และอยู่ริมเส้นทางรถไฟทางคู่ที่เริ่มจาก อ.เด่นชัย ไปเชียงราย จะกลายเป็นจุดสนใจแหล่งใหม่ (landmark) โดยเฉพาะชาวพุทธศาสนิกชนในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางผ่านในบริเวณดังกล่าว จะทำให้เป็นจุดสนใจที่ประชาชนจะแวะนมัสการและเดินทางมาศึกษาความเป็นมาของขบวนการเสรีไทยสายจังหวัดแพร่ ได้เป็นอย่างดี และเป็นการให้เกียรติกับเหล่าเสรีไทยที่ร่วมทำงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากนายพงษ์รัตน์ ภิรมรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เมื่อสร้างเสร็จก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนา แหล่งปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดแพร่ที่สำคัญแห่งหนึ่งต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดแพร่ กดอ่านที่นี่