ประชุมเครียดทีมแพทย์ช่วยน้องเก้า เผย 10 ชม.หลังรักษาอาการทรุด ระบุ 4 ปัจจัยทำเสียชีวิต

ผอ.รพ.ตราด ประชุมเครียด 3 ชั่วโมงทีมแพทย์ช่วยน้องเก้า เผยอาการปกติหลังรักษา แต่ผ่านไป 10 ชั่วโมง อาการทรุด เพราะเส้นเลือดฉีก มีเลือดไหลออกกว่า 4 ลิตร   

เวลา 14.30 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นายแพทย์สุพจน์ แพรนิมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด เรียกประชุมด่วนทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเด็กชายนันทพงศ์ กรเป๋ อายุ 14 ปี ที่ถูกสามวัยรุ่นรุมตีจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด นำตัวส่งโรงพยาบาลตราด เพื่อทำการรักษา ก่อนที่เด็กชายนันทพงศ์ กรเป๋ จะเสียชีวิตลงในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ด้วยสาเหตุเส้นเลือดใหญ่ฉีกขาด ส่งผลให้เลือดไหลเข้าช่องท้องจนเสียชีวิตในช่วงเที่ยงวันที่ 17 พฤศจิกายน

โดยการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวสังเกตการณ์แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากจบการประชุมแล้วนายแพทย์สุพจน์ ให้แถลงเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับสื่อมวลชน ลำดับเหตุการณ์การรักษาเด็กชายนันทพงศ์ ตั้งแต่เริ่มรับตัวเข้ารักษาในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เด็กชายนันทพงศ์ มีอาการตอบสนองได้ตามปกติ พูดคุยและซักประวัติของคนไข้ วัดความดัน สแกนสมอง  อัตราการเต้นของหัวใจทุกอย่างปกติ หลังจากรักษาในเบื้องต้นในห้องฉุกเฉินแล้ว ย้ายตัวเด็กชายนันทพงศ์ เข้าห้องศัลยกรรมชาย พยาบาลได้วัดค่าต่าง ๆ ในร่างกายยังคงปกติเหมือนเดิม

กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 เด็กชายนันทพงศ์ ดึงสายน้ำเกลือออกลุกจากเตียงคนไข้โดยไม่ทราบว่าจะไปไหน แล้วล้มลงจนสลบไป เมื่อเด็กชายนันทพงศ์ฟื้น ได้ทำงานสแกนสมอง วัดความดัน ความเข้มข้นของเลือด อีกครั้งทุกอย่างปกติดี

เวลา 8.00 น.เศษ เด็กชายนันทพงศ์ อาการเริ่มทรุดลง ทีมแพทย์จึงทำการวัดความดัน ซึ่งยังคงปกติ ความเข้มของเลือดปกติ แต่หัวใจเต้นเร็วขึ้น แพทย์จึงตั้งข้อสงสัยอาจจะมีเลือดออกภายในร่างกาย  จึงทำการอัลตราซาวด์ช่องท้อง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างใด

และเวลา 9.00 น. ความดันลงเริ่มลดลง หัวใจยังเต้นเร็วขึ้น ความเข้มข้นของเลือดลดลง อัลตราซาวด์ช่องท้องรอบที่สอง พบมีปริมาณน้ำในช่องท้องหรือเลือดนั้นเอง  แพทย์จึงตัวเด็กชายนันทพงศ์ เข้าห้องผ่าตัดทันที ในสภาพที่มีอาการตอบสนองลดลง และเมื่อผ่าตัดเปิดช่องท้องแล้วมีเลือดในช่องท้องประมาณ 100 ซีซี. และพบเลือดจำนวน 4-5 ลิตร อยู่ด้านหลังช่องท้อง จากนั้นหัวใจเด็กชายนันทพงศ์หยุดเต้น หลังจากสูญเสียเลือดจำนวนปริมาณมาก ทีมแพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจนาน 1 ชั่วโมง ไม่เป็นผล จนทำให้เด็กชายนันทพงศ์ เสียชีวิต ส่วนเลือดที่ไหลออกมานั้นเกิดจากเส้นเลือดใหญ่บริเวณช่องท้องฉีกขาด ทำให้เลือดค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ช่องท้อง ซึ่งเป็นสถานการณ์ของอาการที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป

นายแพทย์สุพจน์ แพรนิมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด  ยังกล่าวว่า สาเหตุของการฉีดขาดของเส้นใหญ่นั้น มี 4 ปัจจัย คือ 1.เส้นเลือดโป่งพองจนทำให้ฉีกขาด 2.เส้นเลือดมีการเซาะ คือ ค่อย ๆ ฉีดขาด 3.มีอาการบาดเจ็บของเส้นเลือด และ 4.บาดเจ็บที่ไต ถูกกระแทกอย่างรุนแรง ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ยังไม่สามารถยืนยันว่าเด็กชายนันทพงศ์ เสียชีวิตจาก 4 ปัจจัยนี้หรือไม่ เพราะหากต้องพิสูจน์จริง ๆ ต้องนำศพมาผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เกิดจากเด็กชายนันทพงศ์เสียเลือดมาก

ทั้งนี้ นายแพทย์สุพจน์ แพรนิมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด และทีมแพทย์ จะเข้าทำความเข้าใจกับนางจิราภรณ์ กรเป๋ แม่ผู้เสียชีวิตอีกครั้ง พร้อมความช่วยเหลือในเบื้องต้นที่ทางโรงพยาบาลตราดจะทำได้ พร้อมกับแสดงความเสียใจกับครอบครับนางจิราภรณ์ กรเป๋ ที่ต้องสูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งทีมแพทย์ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มทีแล้ว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดตราด กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น