จัดใหญ่”แสดงตราไปรษณียากรโลก”28พ.ย.-3ธ.ค.

จัดใหญ่”แสดงตราไปรษณียากรโลก”28พ.ย.-3ธ.ค.

ไปรษณีย์ไทยเตรียมจัดงาน “แสดงตราไปรษณียากรโลก ปี 61” ที่จะนำไปรษณียบัตรส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้นำมาจัดแสดงจำนวน 191 ชิ้น และแสตมป์พร้อมสิ่งสะสมหายากจากทั่วโลก มูลค่าหลายพันล้านบาทมาแสดง ในวันที่ 28 พ.ย. – 3 ธ.ค.นี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศความพร้อมในการจัดงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 หรือ Thailand 2018 World Stamp Exhibition ครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยววิถีไทย ในยุคดิจิทัล 4.0” ไฮไลท์ที่สุดของงานในครั้งนี้คือ การจัดแสดงไปรษณียบัตรส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้นำมาจัดแสดงจำนวน 191 ชิ้น

รวมถึงการรวบรวมแสตมป์และสิ่งสะสมหายากจากทั่วโลกมูลค่าหลายพันล้านบาทมาไว้ในงานนี้ รวมถึงการประกวดแสตมป์ครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พ.ย. – 3 ธ.ค. 61 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายสุรจิตร ก้องวัฒนา ที่ปรึกษาสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า งานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 (Thailand 2018 World Stamp Exhibition) ได้รับความร่วมมืออันดีจากไปรษณีย์ไทย ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมกันเผยแพร่ ส่งเสริม และยกระดับการสะสมตราไปรษณียากรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งเป็นการแสดงเอกลักษณ์ของประเทศไทย และช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ถือเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกทางหนึ่ง โดยมีโซนสำคัญ เช่น การจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, การจัดแสดงไปรษณียบัตรส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 191 ชิ้น

การจัดแสดงหลักฐานการบันทึกเหตุการณ์สำคัญของไทยในโซน จดหมาย 3 แผ่นดิน, การประกวดแสตมป์ครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก และโซน Grand Prix Club, Special prize พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนาบนเวทีตลอดการจัดงาน และการประมูลของสะสมหายากจากทั่วทุกมุมโลก

โดยไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ การจัดแสดง “จดหมาย 3 แผ่นดิน” หลักฐานการบันทึกเหตุการณ์สำคัญของไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยา, กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์

สำหรับในสมัยอยุธยาเป็นช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งจดหมายที่พบฉบับนี้เป็นจดหมายที่เหลืออยู่เพียงฉบับเดียวในไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2231 หรือประมาณ 330 ปี มาแล้ว

ส่วนในสมัยกรุงธนบุรี เป็นพระราชโองการจากจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ ซึ่งเอกสารฉบับนี้นับเป็นหนังสือสื่อสารระหว่างจีนและสยามที่เก่าแก่ที่สุด

และสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นจดหมายของ 2 รัชกาล ได้แก่ จดหมายลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ซึ่งเป็นจดหมายที่พระองค์ทรงเขียนตอบโต้ เซอร์จอห์น เบาริ่ง, จดหมายลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (The Second King of Siam กษัตริย์องค์ที่ 2 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4)

ซึ่งเป็นจดหมายที่หาชมได้ยากมาก โดยใจความในจดหมายฉบับนี้ ได้กล่าวถึง สนธิสัญญาที่ไทยได้ทำกับประเทศเดนมาร์ก และจดหมายลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งเนื้อความในจดหมายได้กล่าวถึง การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย

มาประดิษฐานยังประเทศไทยเพื่อให้ชาวสยามได้กราบสักการะบูชา และจดหมายที่ทรงกล่าวถึงพระราชพิธีการเปิดรถไฟท่าจีน โดยพระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า ควรให้สยามมกุฎราชกุมาร (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร) เป็นผู้แทนพระองค์ไปเปิดสถานีรถไฟท่าจีนแทน

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ของนักสะสมแสตมป์ทั่วโลก คือ การประกวดเเสตมป์แห่งความภาคภูมิใจของนักสะสมแสตมป์ ซึ่งผู้ชนะจะได้รับ 3 รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ได้รับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนี้

1. รางวัลกรังด์ปรีซ์ เนชั่นแนล คือ รางวัลผลงานดีเด่นที่สุดของสิ่งประกวด ที่เป็นของประเทศไทย

2. รางวัลกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คือ รางวัลผลงานดีเด่นที่สุดของสิ่งประกวดที่เป็นของนานาชาติ ยกเว้นประเทศไทย

3. รางวัลกรังด์ปรีซ์ ดอร์เนอร์ คือ รางวัลผลงานดีเด่นที่สุดของสิ่งประกวด ที่เคยได้รับรางวัลเหรียญทองใหญ่ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

ขณะเดียวกันนักสะสมแสตมป์จากทั่วโลกได้ตอบรับผลงานเข้าร่วมแสดงและประกวดกว่า 600 ผลงาน แล้ว

ส่วนนางสาวปิลันธนี สุวรรณบุบผา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ทางไปรษณีย์ไทย ได้ออกแบบแสตมป์ที่ระลึกสุดพิเศษ ชุดงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 และจัดทำแสตมป์นิทรรศน์ “Stamp Journey” เที่ยวทุกที่วิถีไทย

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในแต่ละภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับ “ท่องเที่ยววิถีไทย ในยุคดิจิทัล 4.0” โดยแสตมป์ที่ระลึก ชุดงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 มีด้วยกันทั้งหมด 5 แบบ นำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวเมืองรอง ตามโครงการเที่ยว 55 เมืองรองของ ททท.

และคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว 5 จังหวัด ใน 5 ภูมิภาค ดังนี้

1. สะพานขาวทาชมพู จ.ลำพูน สะพานประวัติศาสตร์ที่รอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

2. อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร อุทยานบัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสายพันธุ์บัวกว่า 100 สายพันธุ์

3. หาดทรายดำ จ.ตราด หนึ่งใน 5 หาดมหัศจรรย์ของโลกที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของธรรมชาติ

4. หมู่บ้านทำกลอง จ.อ่างทอง หมู่บ้านผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย

5. ซุ้มประตูหิน จ.สตูล เป็นซุ้มประตูหินธรรมชาติ สัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ซึ่งมีความเชื่อว่าคู่รักคู่ใด ที่ได้ลอดซุ้มประตูหินนี้จะสมหวังในความรักและครองคู่กันอย่างมีความสุข

โดยแสตมป์ทั้ง 5 แบบ กำหนดจำหน่ายวันแรกในวันที่ 28 พ.ย. 61 ราคาดวงละ 3 บาท และ 15 บาท ส่วนแสตมป์นิทรรศน์ “Stamp Journey” เที่ยวทุกที่วิถีไทย เป็นนิทรรศการที่ย่อส่วนเมืองไทย เพื่อให้เที่ยวได้ในชั่วอึดใจเดียว พร้อมกันนี้ไปรษณีย์ไทยยังร่วมออกบูธให้บริการไปรษณีย์ จำหน่ายแสตมป์และสิ่งสะสมที่น่าสนใจ และสินค้าที่ระลึกต่างๆ รวมถึงบริการทำ “iStamp” โดยสามารถนำภาพของทุกคนไปปรินท์เป็นแสตมป์จริงได้อีกด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่