ชาวสมุทรปราการร่วมรับขบวนเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ชาวสมุทรปราการร่วมรับขบวนเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมจุดเครื่องทองน้อยถวายสักการะ พร้อมประกอบพิธีของพราหมณ์บวงสรวงถวายเครื่องสังเวยที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ ตามโครงการ  250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา ที่จัดขึ้นภายในลานริมน้ำเจ้าพระยาภายในโรงเรียนนายเรือจังหวัดสมุทรปราการ ในระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายน 2561

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561  นายชาติชาย  อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พลเรือโทสุชา  เคี่ยมทองคำ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ พลเรือเอกวสินธ์  สาริกะภูติ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ได้ร่วมกันเป็นประธานในการรับขบวนเรือยาตรา เรือรบหลวงสีชัง ที่อัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ร่องมาจากเมืองจันบุรี มุ่งหน้าสู่เมืองอยุธยา ผ่านมาตามหัวเมืองต่าง ๆ ทางทะเลและในช่วงบ่ายของวันนี้ขบวนเรือยาตรา เรือรบหลวงสีชัง ที่อัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางมาถึง ท่าเทียบเรือเสือซ่อนเล็บ โรงเรียนนายเรือจังหวัดสมุทรปราการ  พร้อมทหารกองเกียรติยศอัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นอัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลงจากเรือรบหลวงสีชัง มายังปรัมพิธี ที่จัดไว้ที่บริเวณท่าเทียบเรือเสือซ่อนเล็บ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงเรียนนายเรือ หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด จุดเครื่องทองน้อยถวายสักการะ พร้อมประกอบพิธีของพราหมณ์บวงสรวงถวายเครื่องสังเวยที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ ตามโครงการ  250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา ที่จัดขึ้นภายในลานริมน้ำเจ้าพระยาภายในโรงเรียนนายเรือจังหวัดสมุทรปราการ ในระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายน 2561โดยมีพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และเหล่านักเรียนต่างพากันแต่งกายในชุดไทยโบราณเดินทางมาร่วมในพิธีการรับขบวนเรือยาตราที่อัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการ มีประวัติความเป็นมาว่า  ในสมัยที่พระเจ้าตากสินได้เข้ามาช่วยสงครามในการรบกับพม่า และตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกไปทางทิศตะวันออกและตลอดระยะทางมีรี้พลเข้าร่วมมากจึงเป็นกองทัพ และเดินทัพผ่านทุ่งสีกัน(ดอนเมืองปัจจุบัน) และผ่านหมู่บ้านหัวคู้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่ามีทำเลเหมาะที่จะพักทัพเพราะมีแม่น้ำลำคลองล้อมรอบ ยากที่ข้าศึกจะเข้าโจมตีได้ ในระหว่างพักทัพนั้น พระองค์ได้สะสมเสบียงอาหารและรวบรวมไพร่พลเพิ่มขึ้น จนพระองค์ทรงเห็นว่าเป็นเวลาสมควรแล้วจึงยกทัพไปเมืองจันทบุรี ก่อนจะเคลื่อนทัพ พระองค์เล็งเห็นความสำคัญของสถานที่บ้านหัวคู้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะมีคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้า พระองค์จึงตั้งจิตอธิษฐานว่าในภายหน้าขอให้สถานที่นี้เป็นวัดในอนาคต และพระองค์ทรงมอบพระพุทธรูปโลหะ 1 องค์ ไว้เป็นที่ระลึก ชาวบ้านหัวคู้เล็งเห็นว่าพระพุทธรูปโลหะนี้มีค่ายิ่งนัก จึงได้สร้างพระพุทธรูปปั้น ครอบองค์โลหะไว้เพื่อกันขโมยลัก ประดิษฐานไว้ ณ บ้านหัวคู้  ชื่อว่าหลวงพ่อเขียว  ตั้งอยู่ที่วัดหัวคู้วราราม  ตำบลศีรษะจรเข้ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

ในส่วนของการวมพลช่วยพระเจ้าตาก ในการกู้เอกราชจากการเสียกรุงครั้งที่ 2 นั้น ทัพของพระเจ้าตากนำกำลังพลจากทัพเรือและกำลังพลจากชาวบ้านที่ร่วมทัพจากจังหวัดต่าง ๆ มาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และหยุดรวมพลที่บริเวณเมืองสมุทรปราการ 1 คืน จากหนังสือผู้ชนะที่ลาดหญ้า กล่าวว่า นายแจ้ว เพื่อนสนิทนายบุญมา (พระมหามนตรีม เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช) เป็นคนแถวสมุทรปราการ ได้ไปรวบรวมพรรคพวกมาช่วยกู้ชาติ สังกัดพระมหามนตรี โดยมาร่วมทัพที่สมุทรปราการ มีกำลังพล ประมาณ 500 คน นับว่าคนสมุทรปราการ มีส่วนร่วมในการกู้ชาติครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่