“อาจารย์ชา”โร่แจ้งความเอาผิด “พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ” 3 ข้อหา อ้างตรวจสอบผิดแปลง ยันที่ดินโครงการชื่อ “ภูว่อง”ไม่ใช่ “ภูขี้ไก่”

เพชรบูรณ์-“อาจารย์ชา”โร่แจ้งความเอาผิด “พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ” 3 ข้อหา ฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ หมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมฯ อ้างตรวจสอบผิดแปลง ยันที่ดินโครงการชื่อ “ภูว่อง”ไม่ใช่ “ภูขี้ไก่”

เวลา 13.00 น.วันที่ 31 ตุลาคม นายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณ์ธนโชติ หรือ “อาจารย์ชา” เจ้าของโครงการชุมชนธะธรรมชาติ พร้อมนายปณิธาร ชวาลสันตติ เจ้าของที่ดิน รุดเข้าพบ ร.ต.อ.พิทักษ์ ฝั้นสุข พนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมทั้งกระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีนายปณิธาร ชวาลสันตติ เจ้าของที่ดินฯร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งนี้อาจารย์ชานอกจากจะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ยังนำหลังฐานที่รวบรวมไว้ส่งมอบให้แก่ ร.ต.ท.พิทักษ์อีกด้วย

โดยอาจารย์ชาอ้างว่า ได้รับความเสียจากการถูกกล่าวหาเพราะทำงานเพื่อสังคมมาตลอด หากดูจากข่าวไม่ใช่กล่าวหาแค่อาจารย์คนเดียวแต่ยังกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐและผู้หลักผู้ใหญ่อีกด้วย โดยเฉพาะไปออกข่าวให้ข้อมูลที่ดินผิดแปลง ซึ่งอาจารย์กล่าวย้ำว่า ที่ดินภูขี้ไก่ 1800 ไร่เป็นคนละแปลงกับที่ดินโครงการของอาจารย์ซึ่งเรียกว่าภูว่อง ยืนยันว่าที่ดินภูขี้ไก่กับภูว่องคนละแปลง ไม่เชื่อว่าข้าราชการสูงระดับนี้จะไม่รู้พิกัดตรงไหนเป็นภูขี้ไก่หรือที่ดีเอสไอสั่งให้ยกเลิก แต่หากเป็นเขาว่าจริงโดยที่อยู่ในระหว่างรอการเพิกถอนจริง ก็ต้องวิเคราะห์ว่าขบวนการยังไม่เสร็จสิ้น ฉะนั้นยังสรุปไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก แต่ปัญหาก็คือคุณไปเอา 1800 ไร่อีกที่หนึ่งออกมา แต่เอาภาพที่ดินเราไปออกข่าวทั้งเป็นคนละจุด

“ยืนยันว่าที่ดินของอาจารย์ถูกต้อง เพราะมีการตรวจสอบกันไปหมดแล้ว ให้ถามตัวเองก่อนว่าหากจะไปซื้อที่ดินหรือทำธุรกิจต้องตรวจก่อนหรือไม่ว่าที่ดินตรงนี้ถูกต้องหรือไม่ อาจารย์ตรวจมาทุกอย่างและเช็คทุกอย่าง เคยมีปัญหาดีเอสไปจับมาตรงไหนหรือตอนไหน และจับกุมเสร็จตรวจสอบผลเป็นอย่างไร เมื่อบริสุทธิ์ก็เลยทำ  อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีที่จะมีการยกเลิกกันจริงๆ ก็ให้ทำเรื่องไปอาจารย์ก็น้อมรับ แต่ต้องมีเหตุผลคุณยกเลิกด้วยสาเหตุอะไร ไม่ใช่สาเหตุกลั่นแกล้งกัน แต่หากบอกสาเหตุทำลายป่าให้คุณไปคิดใหม่”อาจารย์ชากล่าว

อาจารย์ชากล่าวอีกว่า ที่ต้องแจ้งความพ.อ.พงษ์เพชรเพราะสื่อข้อความทางไลน์ไปก่อนทำให้สื่ออื่นนำเสนอตาม และข้อความก็ส่อแววว่ามีการเปิดสวนน้ำในป่าในที่อนุรักษ์จึงต้องขอความเป็นธรรม เพราะคนฟังไม่รู้ก็เชื่อไปและยังว่าเราทำลายป่า อาจารย์เป็นผู้อนุรักษ์ป่า จึงมาทำพื้นที่บริเวณนี้ให้สมบูรณ์ปลูกผักได้ ที่ดินของอาจารย์ไม่ใช่พื้นที่ต้นน้ำเวลาฝนตกให้ไปดูร่องน้ำจะไหลไปที่อำเภอหล่มเก่า คนละฝั่งกับแม่น้ำป่าสัก

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น