ลำน้ำโขงเดือด “ฮึดจ้ำบึด” แข่งเรือยาวสนามใหญ่สุดในนครพนม วัดดังส่งเรือชิงถ้วยพระราชทานครบทุกรุ่น    

นครพนม – วันที่ 20 ต.ค.61 เวลา 09.00 น. บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระอินทร์แปลง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รอง ผวจ.ฯ พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210) ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  และถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 20-23 ต.ค.นี้

นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า การแข่งขันเรือยาวถือเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวจังหวัดนครพนม ซึ่งถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษาทุกปี ในการนี้เทศบาลเมืองฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลอันทรงคุณค่าแก่พี่น้องชาวเรือ นั่นคือ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มอบแก่เรือชายรุ่นใหญ่  55 ฝีพาย พร้อมทั้งถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มอบแก่เรือชายเล็ก 12 ฝีพาย และเรือเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างจังหวัดนครพนม กับเรือจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว 35 ฝีพาย ซึ่งล้วนแต่เป็นรางวัลที่สูงค่าอย่างยิ่ง

“การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลจำนวน 570,000 บาท ในครั้งนี้  เป็นการพิสูจน์ฝีมือ และพละกำลังของฝีพายหนุ่มฉกรรจ์ เพราะเป็นสนามที่มีระยะทางการแข่งขันยาว 1,500 เมตร เป็นสนามที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย อีกทั้งมีความงดงามด้านประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา และที่สำคัญยังเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอันดีงามระหว่างบ้านพี่เมืองน้อง(ไทย-ลาว) การแข่งขันนอกจากจะมีความตื่นเต้นเร้าใจแล้ว ยังสร้างความรักสามัคคีให้บังเกิดขึ้นในสายน้ำโขงที่ศักดิ์สิทธิ์” นายนิวัติฯ นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าว

โปรมแกรมการแข่งขันฮึดจ้ำบึดชิงจ้าวแห่งลุ่มน้ำโขงประกอบด้วย เรือยาวเล็ก 12 ฝีพาย ระยะทาง 500 เมตร ชิงถ้วยพระราชทานฯ มีเรือร่วมลงสนามชิงชัย 21 ลำ จากประเทศไทย 13 ลำ ประเทศลาว 8 ลำ จุดปล่อยอยู่หน้าวัดโพธิ์ศรี ใกล้กับองค์พญาศรีสัตตนาคราช  เรือเชื่อมสัมพันธไมตรีชาวนครพนมกับฝั่งลาว ระยะทาง 1,500 เมตร ชิงถ้วยพระราชทานฯ และถ้วยพระราชทานฯ35 ฝีพาย มีทั้งสิ้น 21ทีม แบ่งเป็นเรือไทย 11 ลำ เรือลาว 10 ลำ ส่วนเรือชายเล็ก 35 ฝีพาย(โอเพ่น) ชิงถ้วยพระราชทานฯ จำนวน 21ลำ เป็นเรือไทย 11 ลำ เรือจากฝั่งลาว 10 ลำ  และเรือชายใหญ่ 55 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานฯ มีทั้งสิ้น 10 ลำ เป็นเรือไทย 4 ลำ และเรือลาว 6 ลำ เริ่มประเดิมสนามแข่งในเวลา 10.00 น. ด้วยเรือชายเล็ก 12 ฝีพาย พร้อมชมการพากย์เรือมันสะใจได้อารมณ์จากโฆษกฝีปากกล้าของประเทศไทย โดยจากสถิติปี 60 เรือยาว 12 ฝีพาย เรือเจ้าธาราธิดาพาขวัญ ได้ครองถ้วยพระราชทาน และเรือยาวเชื่อมสัมพันธไมตรีไทยลาว 35 ฝีพายเรือเจ้าพ่อภูหวาย ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้ครองแชมป์ถ้วยพระราชทาน ส่วนเรือยาว 55 ฝีพาย งดแข่งชั่วคราวเนื่องจากอยู่ในห้วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

สนามแข่งขันเรือยาวเขตเทศบาลเมืองนครพนม ถือเป็นสนามใหญ่ที่สุดของจังหวัด และจะเป็นสนามสุดท้ายที่จะมีการแข่งขันเรือยาว จึงจะมีเรือดังจากหลายจังหวัด ส่งเข้าชิงถ้วยพระราชทานอย่างคับคั่ง ตลอด 4 วัน ของการแข่งขันชิงจ้าวแห่งลุ่มน้ำโขง จะมีกองเชียร์แต่ละหมู่บ้านพร้อมใจมาเชียร์เรือของตน จนแน่นอัฒจันทร์ตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยทีมเรือยาวที่ส่งเข้าแข่งขันทุกปีไม่มีขาด คือ วัดสว่างสุวรรณราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่ง พระราชสิริวัฒน์(เจ้าคุณเพชร) รองเจ้าคณะจังหวัดฯ และเจ้าอาวาส ท่านอนุรักษ์และส่งเสริมการแข่งขันเรือยาวให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา วิถีชีวิตของคนในลุ่มน้ำแห่งนี้  โดยปลอดการพนันขันต่อ จึงมีเรือยาวแข่งอยู่ในการดูแลของเจ้าคุณเพชรเกือบ 10 ลำ และหลังเสร็จสิ้นงานประเพณีเทศกาลออกพรรษาไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาวสนามนี้แล้ว ชาวบ้านจะลงนาเก็บเกี่ยวผลิตผลข้าว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของจังหวัดต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่