พรรคเพื่อชาติประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 แก้ข้อบังคับเปลี่ยนโลโก้ คนเพื่อไทย ตบเท้าสังเกตการณ์

พรรคเพื่อชาติประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 แก้ข้อบังคับเปลี่ยนโลโก้ คนเพื่อไทย ตบเท้าสังเกตการณ์

พรรคเพื่อชาติ จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2/2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับพรรค รวมถึงสัญลักษณ์ของพรรค โดยมีนายเถลิงยศ บุตุคำ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม และนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช.เดินทางมาเป็นกองเชียร์

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 14 ตุลาคม 2561 ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง สมุทรปราการ พรรคเพื่อชาติได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 / 2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และแก้ไขข้อบังคับพรรค รวมถึงสัญลักษณ์ของพรรค โดยมีนายเถลิงยศ บุตุคำ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พร้อมกับสมาชิกกว่า 500 คน นอกจากนี้ที่บริเวณภายนอกห้องประชุม บรรดาแกนนำผู้ร่วมสนับสนุนพรรคอาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา  นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช.นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจ เช่น นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าของห้างอิมพีเรียล เวิลด์  สำโรง นายวรชัย  เหมะ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมมี บุตรชายนายสงคราม เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยนายยงยุทธ  ติยะไพรัช กล่าวว่า วันนี้ตนมาในฐานะกองเชียร์ ให้กำลังใจ ก็ขอยืนยันว่าวันนี้พรรคนี้เป็นพรรคเกาะกลาง เพราะหากถ้าไปยืนซีกซ้ายหรือขวา คนอาจจะยังไม่เชื่อ โดยสิ่งที่เป็นเป้าหมายขอเราคือ เราจะยื่นมือไป ส่วนใครจะจับมือกับเราหรือไม่ก็แล้วแต่เขา ทั้งนี้การเป็นนักการเมืองถ้าไม่กล้าหาญ กล้าตัดสินใจ ถ้าให้คนอื่นมาบีบบังคับให้ดีกันมันน่าอาย เราติดกับดักความขัดแย้งมานาน ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องพรรคนี้เป็นพรรคนอมินีของ พรรคเพื่อไทย หรือของพรรคอื่นๆนั้น ให้การเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม และพรรคเพื่อชาติ มีความเชื่อมโยงกันแยกออกไม่ได้นั้น

ด้านนายจตุพร  พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาในฐานะกองเชียร์ มาให้กำลังใจพรรคฯ และจะร่วมทำในส่วนที่กฎหมายจะอำนวย ตนเห็นว่าพรรคเพื่อชาติพร้อมเปิดกว้างกับทุกฝ่าย ภายใต้กรอบกติกาประชาธิปไตย เพื่อมาร่วมหารือทางออกให้บ้านเมือง ถ้าเราไม่คุยกัน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือชนะก็จะเกิดปัญหาตามมา เราขอยื่นไมตรีให้กับทุกฝ่าย พร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย ความขัดแย้งในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา เป็นความเจ็บปวดขมชื่น ซึ่งเราต้องยอมรับความจริง ถ้าเราไม่เริ่มต้นที่ตัวเองประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้  ต้องทำให้ประเทศไทยกลับมานับหนึ่งกันใหม่ เรื่องราวต่างๆที่เกินขึ้นอดีต ถ้าเป็นเรื่องข้อกฎหมายก็ว่าตามกระบวนการ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตนยืนยันว่าพรรคนี้ ไม่ใช่ของ นปช. เพราะว่าตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว และไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อตัดคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย

อย่างที่ตนเคยเสนอไปว่า ถ้านักการเมืองและพรรคการเมืองไม่มาพูดคุยกัน หนทางข้างหน้าคือวิกฤต และลำพังเพียง 2 พรรคก็ไม่ได้ ต้องมีผู้มีอำนาจร่วมพูดคุยด้วย เพื่อตกลงเป็นสัญญาประชาคม หลายฝ่ายต้องการให้เปิดช่องว่างในความขัดแย้ง แต่ท้ายที่สุดผู้เสียหายคือประชาชน ตนยอมรับความแตกต่าง แต่ต้องสามารถพูดคุยกันได้ระหว่างผู้ที่เห็นต่างกันได้ ตนขอเรียกร้องว่าทุกพรรคต้องพูดคุยกัน รวมถึงผู้มีอำนาจด้วย ปัญหาของชาติก็เพราะว่าเราไม่คุยกัน ทั้งนี้ต้องกล้าคิดต่าง กล้าที่จะพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อให้ผู้ชนะปกครองบ้านเมืองได้ ในขณะที่คนแพ้ก็ยังมีที่ยืน บ้านเมืองจะได้ไม่เป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมา

นายจตุพรกล่าวว่า ตนถูกห้ามไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้ง เปรียบเหมือนทีมฟุตบอล ตนกับนายยงยุทธ เป็นกองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์ได้ เพราะเห็นว่าทีมนี้มีความตั้งใจดี  แต่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนด และเราก็เคารพการตัดสินใจของประชาชน ในส่วนกระแสข่าวที่นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาตินั้น วันนี้ประชาชนหิวโดยเรื่องปากท้อง และยังติดอยู่กับความขัดแย้งที่ทำให้เดินไปไหนไม่ได้ ไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่งเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรค ต้องรอให้มีการประชุมใหญ่ให้สมาชิกพรรคเป็นคนเลือก

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่