เปิดปากรับสารภาพสิ้นใส้ “พันศักดิ์”ยิงเจ้าของปั๊มน้ำมัน จ.สระแก้ว

เปิดปากรับสารภาพสิ้นใส้ “พันศักดิ์”ยิงเจ้าของปั๊มน้ำมัน จ.สระแก้ว

สระแก้ว – ทนายความระบุ “พันศักดิ์ มงคลศิลป์”เปิดปากรับสารภาพเป็นคนยิงเจ้าของปั๊มน้ำมัน จ.สระแก้วแล้ว ถูกนำตัวไปยังห้องชี้ตัวผู้ต้องหา และหาหลักฐานเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คาดหลังสอบเสร็จจะนำตัวส่งฝากขังก่อนเที่ยง 14 ต.ค.นี้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดียิงเจ้าของปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง ในซอยโรงเลื่อย ถนนเทศบาล 6 อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังตำรวจกองปราบปรามนำตัว นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่พัวพันคดีหลายคดี และนางธนพร สุขโขจัย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้วและให้การปฏิเสธในตอนแรกนั้น นายปิยะณัฐ ถือพุดซา ทนายความจากสภาทนายความ จ.สระแก้ว และเป็นทนายความของนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ เปิดเผยว่า นายพันศักดิ์ ได้เปิดปากรับสารภาพแล้วว่า เป็นผู้ลงมือลั่นไกยิงนายประชาด้วยตนเอง และถูกนำตัวลงมาที่ห้องชี้ตัวผู้ต้องหาทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำนายพันศักดิ์ไปให้พยานที่เห็นหน้าขณะก่อเหตุเพื่อชี้ตัว โดยมีบุคคลอื่นร่วม 5 คน รวมยืนให้ชี้ตัวด้วย ซึ่งพยานได้ชี้ตัวนายพันศักดิ์ได้อย่างถูกต้อง ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นหาเสื้อผ้าของนายพันศักดิ์ที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุยิงครั้งนี้ด้วย พร้อมทั้งสั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องหารายสำคัญหลายคดีด้วย

ซึ่งภายหลังนายพันศักดิ์รับสารภาพ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวเพิ่มเติมถึงการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ปั๊มน้ำมันจุดเกิดเหตุว่า อาจจะไม่นำไปทำแผนเพราะผู้ต้องหาไม่ประสงค์ที่จะไปทำแผน เมื่อสอบเสร็จคาดว่า จะนำส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสระแก้วตามกำหนดเดิมก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้ (14 ต.ค.) เวลา 10.00 น.

พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังสอบสวนนายพันศักดิ์อยู่ แต่เบื้องต้นนายพันศักดิ์รับสารภาพว่า เป็นคนลั่นไกยิงนายประชา วรทัด แต่เราต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ เรื่องทำแผนจึงยังไม่มี แต่ได้เร่งรัด เมื่อทางสระแก้วได้สอบสวนเสร็จจะให้ข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ เวลา 12.00 น.พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางมาถึง สภ.เมืองสระแก้ว ช่วงเวลาประมาณ 12.30 น.และเปิดแถลงข่าวที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองสระแก้ว ร่วมกับ พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบช.ภาค 2 ,พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว และทีมพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบ 3 คนตามหมายจับ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คือ นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ ,นางธนพร สุขโขจัย และนายนิคม มนต์ศิริ หรือเสี่ยป๊อด โดยนายนิคมได้นำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำ จ.สระแก้วไปก่อนหน้านี้แล้ว

พล.ต.ท.จิตติ กล่าวอีกว่า นายพันศักดิ์และนางธนพร อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ บอกความจริงไม่ทั้งหมด แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และพยานแวดล้อม สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ โดยปมสังหารเป็นเรื่องธุรกิจปั๊มน้ำมัน ซึ่งผู้ต้องหาไม่ได้รับสารภาพทั้งหมด ให้การรับสารภาพบางส่วนและไม่รับสารภาพบางส่วน ทั้งนี้ หากพยานหลักฐานไปถึงผู้ใด ตำรวจก็จะอนุมัติหมายจับผู้นั้นเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายเห็นหน้าคนร้ายนั้น ไม่สามารถระบุหรือให้รายละเอียดได้ รวมถึงนายดำรงฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือเฮียท๊ง อดีตเจ้าของปั๊มน้ำมันเดิมที่ตกเป็นผู้จ้างวานที่เสียชีวิตไปแล้ว ขอให้อยู่ในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำสำนวนคดีนี้อย่างน้อย 4 แฟ้ม มาร่วมรายงานในการแถลงข่าวพร้อมด้วย อาวุธปืน .380 และกระสุนปืน ที่ใช้ในการก่อเหตุด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม กรณีรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีบอร์นทอง ทะเบียน กจ-4966 สระแก้ว ซึ่งชุดสืบสวนยึดมาตรวจสอบและพบความเชื่อมโยงว่า เป็นรถที่ใช้ในการนำตัวผู้ต้องหาหลบหนีหลังก่อเหตุ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.นั้น ขณะนี้เชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย คือ นาย ช. และ นาย ย. ด้วย

ทั้งนี้ หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น นางปาลิดา วรทัด ภรรยาผู้เสียชีวิต ,น.ส.ปัทมาภรณ์ วรทัด บุุตรสาวผู้ตาย และญาติได้ร่วมกันมอบดอกไม้ให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินทางไปดูบ้านและปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้เข้าไปบ้านนานถึง 12 วันหลังเกิดเหตุ

โดย น.ส.ปัทมาภรณ์ วรทัด บุตรสาวผู้ตาย กล่าวว่า รู้สึกอุ่นใจระดับหนึ่งที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งเป็น 12 วันที่รอคอย ซึ่งก็ดีใจ อยากขอบคุณตำรวจทุก ๆ ท่าน ดีใจมาก แต่ทางคุณแม่ก็ยังนิ่ง ๆ รู้สึกกลัวอยู่

ซึ่ง นางปาริดา วรทัด อายุ 49 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตและถูกยิงได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย กล่าวร้องขอทีมคุ้มกันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งก่อน

ทางด้าน นายจุมพล ดีทองสุข ประธานสภาทนายความจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กล่าวว่า ทางสภาทนายความมาดูแลตามกฏหมายเพื่อให้คดีเดินไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง ของการสอบสวนผู้ต้องหาได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมงต้องส่งฝากขังในเรือนจำ ส่วนคดีเดิมก็สามารถอายัดตัวต่อได้เลยถ้าไม่มีการประกันตัว ศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ อยู่ที่ความหนักเบาของคดี

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่