ทหารระนองเตือนเรือประมงระวังพื้นที่ทับซ้อนหลังเกิดเหตุทหารเมียนมายิงเรือประมงไทย

ทหารระนองเตือนเรือประมงระวังพื้นที่ทับซ้อนหลังเกิดเหตุทหารเมียนมายิงเรือประมงไทย

ทหารระนองเตือนเรือประมงระวังพื้นที่ทับซ้อนหลังเกิดเหตุทหารเมียนมายิงเรือประมงไทย
ระนอง-ทหารระนองเตือนเรือประมงระวังพื้นที่ทับซ้อนในเขตพื้นที่น่านน้ำทางทะเลไทย-เมียนมา หลังเกิดเหตุทหารเมียนมาใช้เรือดัดแปลงติดอาวุธยิงเรือประมงทยเสียหาย
พ.อ.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กล่าวว่าจากการที่ได้ร่วมประชุมกับน.อ.ภริศวย์ วงษ์เพ็ญศรี หัวหน้าศูนย์ประสานงานประมงชายแดนไทย-เมียนมา ประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการเรือประมงจังหวัดระนอง นำโดยนายสุรศักดิ์ จิมาพันธ์ รองนายกสมาคมประมงจังหวัดระนอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประมง
โดยที่ประชุมนำโดยรองนายกสมาคมประมงจังหวัดระนองพร้อมผุ้ประกอบการเรือประมงจังหวัดระนอง ที่ได้ร้องเรียนจากเหตุได้รับความเสียหายจากการกระทำของทหารบกเมียนมา ที่ใช้เรือประมงดัดแปลง ติดตั้งอาวุธหนัก เข้าบุกรุกน่านไทย แนวพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยใช้อาวุธหนักไล่ยิงเรือประมงไทยจำนวนนับสิบลำทั้งในส่วนที่กำลังทำการประมง ทั้งในส่วนที่ขนถ่ายสัตว์น้ำ ขนถ่ายเชื้อเพลิงอยู่ในน่านไทย บริเวณด้านทิศตะวันตกของเกาะช้าง อำเภอเมืองระนอง ใช้เวลาในการไล่ยิงเรือประมงในน่านไทยเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง แม้ชาวประมงพยามติดต่อหน่วยงานทหารในพื้นที่ใกล้เคียงแต่ก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างล่าล้า การติดต่อเป็นไปอย่างยากลำบาก
แม้ว่าเรือส่วนใหญ่จะไม่ได้รับความเสียหายในเรื่องตัวเรือ แต่ก็ได้รับความเสียหายในเรื่องทรัพย์สินในเครื่องมือเครื่องมือต่าง ๆ เช่นอวน และเครื่องมือที่ใช้ในทำการประมงจับสัตว์น้ำ ชาวประมงต้องตัดสินใจตัดทิ้งโยนทิ้ง เครื่องมือทำการประมงทั้งหมด เพื่อขับเรือหนี้ทหารบกชาวเมียนมาลำดังกล่าวที่ไล่ยิงเรือประมงไทยในเขตน่านน่านไทย ทั้ง ๆที่เรามีหลังฐานในเรื่องจุดพิกัดดาวเทียมว่าทำการประมงในฝั่งไทย จึงอยากจะขอให้หน่วยงานทางความมั่นคงทางชายแดนทั้งทหารบก ทหารเรือรวมไปถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เป็นชาวประมงทำการประมงอย่างถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของไทยได้เข้ามาดูแลในเรื่องความปลอดภัยด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ทหารได้พูดทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวประมงถึงตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะทำการช่วยเหลือทุกวิถีทางในการดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ประกอบอาชีพประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 61 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก นายประภาภร เหมกรอง ผู้ควบคุมเรือเรือโหวงฮะนาวี (AL731A) ว่าเรือประมงติดอาวุธเมียนมา ได้ไล่จับกุมและใช้อาวุธกับ เรือประมงไทย บริเวณตำบลที่ แลต 09 องศา 51ลิปดา เหนือ ลอง 98 องศา 20 ลิปดา ตะวันออก อยู่ในเขตน่านน้ำไทย มีทิศทางมุ่งเข้าหากลุ่มเรือประมงในเขตน่านน้ำไทย บริเวณด้านหลังเกาะช้าง และ เกาะพยาม ประมาณ 10 ลำ การดำเนินการของ ศปชล.ทม. ได้ประสาน สน.เรือ 58 เกาะย่านเชือก ทราบว่าเรือประมงติดอาวุธตามข้อ ไม่ใช่เรือประมงติดอาวุธ ของทหารเรือเมียนมา แต่ เป็น เรือประมงติดอาวุธของ ทหารบกเมียนมา
จึงได้ได้ประสานคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย – เมียนมา (TBC) ฝั่งไทย ให้ประสานเลขา คณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย – เมียนมา (TBC) จังหวัดเกาะสองเกาะสอง ประเทศเมียนมา ในการติดต่อ เรือประมงติดอาวุธ ลำดังกล่าว ให้ออกจากน่านน้ำไทย ประสาน นป.สอ.รฝ.451 ให้ดำเนินการพล๊อตติดตามเป้า และแจ้งเตือนกลุ่มเรือประมงติดอาวุธซึ่งทางศูนย์ประสานงานประมงชายแดนไทย-เมียนมา จะรวมรวมลายละเอียด และหลักฐาน เพื่อทำหนังสือประท้วงกรณี เรือประมงติดอาวุธเมียนมา ใช้อาวุธและรุกล้ำน่านน้ำไทย กับ คณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย – เมียนมา (TBC) ต่อไป และในช่วงเวลานี้ทางทัพเรือภาค 3 พร้อมด้วยทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 จะเพิ่มกำลังดูแลในน่านไทยตลอดแนวเขตชายแดนไทยเมียนมารวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลซึ่งมักจะเป็นปัญหากันอยู่เสมอ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยที่ประกอบอาชีพการประมงที่ทำถูกต้องตามกฎหมายได้ทำการประมงได้ด้วยความปลอดภัย////

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดระนอง กดอ่านที่นี่