ผู้ว่าฯ นครพนม ชวนเที่ยวงานออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ตระการตา กับประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาด ประจำปี 2561

ผู้ว่าฯ นครพนม ชวนเที่ยวงานออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ตระการตา กับประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาด ประจำปี 2561

นครพนม – วันที่ 12 ตุลาคม 2561 ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เลียบถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่จัดสร้างเรือไฟของแต่ละชุมชนในจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ธีทัต อิ่มทั่ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครพนม นางสุจินดา ศรีวรขาน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดนครพนม และนายไพโรจน์ โสมณวัฒน์ รองปลัดเทศบาลเมืองนครพนม ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาด ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวจังหวัดนครพนมถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาในการสร้างประทีปเป็นพุทธบูชาในช่วงวันออกพรรษา

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในปีนี้จังหวัดนครพนมกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 17 – 25 ตุลาคม 2561 เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีไหลเรือไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนชาวอีสานถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานตามความเชื่อที่ว่า การไหลเรือไฟเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่พระพุทธองค์ประทับไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล รวมถึงเป็นการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคาและเป็นการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินลงไป ซึ่งภายในงานทุกคนจะได้ชมเรือไฟที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ที่สร้างด้วยแรงศรัทธาและความสามัคคีของทุกคนที่มาร่วมใจกันนานนับเดือนประดิษฐ์ไม้ไผ่ให้กลายเป็นเรือไฟลำใหญ่ที่สวยงามตามเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ซึ่งขนาดใหญ่สุดอยู่ที่ยาวประมาณ 80 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร

โดยมีการประดับตกแต่งลวดลายด้วยตะเกียงไฟแต่ละลำประมาณ 10,000 – 20,000 ดวง นอกจากนี้ยังมีเรือไฟวิทยาศาสตร์ที่เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ประดับตกแต่งขึ้นลวดลายแทนตะเกียงไฟทำให้ได้แสง สี ที่สวยงามแปลกตาออกไป รวมถึงการไหลเรือไฟโบราณ ที่ประดิษฐ์จากต้นกล้วยและไม้ไผ่ ซึ่งการตกต่างก็จะแปลกตาออกไปด้วยมีการฉลุลวดลายที่กาบของต้นกล้วย โดยในวันไหลคือวันที่ 24 ตุลาคม 2561 จะมีพิธีรำบูชาพระธาตุพนม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสถานที่รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน 2 ฝั่งโขง มีการประกอบพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์เพื่อนำมาจุดต่อให้ตะเกียงไฟที่อยู่บนเรือไฟมีความสว่างไสวตามลวดลายที่ออกแบบก่อนที่จะปล่อยเรือไฟไหลไปตามสายน้ำโขง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายให้ทุกคนได้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็น การลุ้นรับรางวัลกับสลากกาชาดที่จำหน่ายในราคาเพียงใบละ 50 บาทแต่ได้โชคใหญ่เป็นรถยนต์กะบะ การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรม การประกวดเทพธิดาเรือไฟ การลิ้มชิมรสกับอาหารในงานพาข้าวแลง และการเลือกซื้อสินค้าขึ้นกับผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่วนด้านความปลอดภัยก็จะมีหน่วยงานตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและหน่วยงานด้านสาธารณะสุข ที่พร้อมให้การป้องกันและช่วยเหลือประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน โดยเบื้องต้นได้วางแนวทางป้องกันไว้ถึง 3 ชั้น ขณะเดียวกันก็มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมให้การสนับสนุนในทันทีเมื่อเกิดเหตุ

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่