รวบหนุ่มกาฬสินธุ์เปิดเฟซบุ๊กหลวงตุ๋นทำงานต่างประเทศ

รวบหนุ่มกาฬสินธุ์เปิดเฟซบุ๊กหลวงตุ๋นทำงานต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับตำรวจกองปราบ ตามรวบตัวหนุ่มวัย 40 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับทั่วประเทศจำนวน 44 หมาย หลังมีพฤติกรรมเปิดเฟซบุ๊กหลอกตุ๋นสมัครไปทำงานประเทศโปรตุเกสเบื้องต้นมีผู้เสียหาย 44 ราย สูญเงินกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นำกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับ พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รองผกก.3 กองบังคับการปราบปราม ร.ต.อ.กรพงศ์ วงษาลังการ รองสว.กก.3 กองบังคับการปราบปราบ พ.ต.ท.ภฤศ ภาสว่าง รองผกก.สภ.สกมลาไสย และ ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ จำปาแถม ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์เข้าควบคุมตัวนายเชาวลิตร น้อยศรี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 ม.11 ต.เสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในข้อหาฉ้อโกง และหมายจับจากศาลหลายจังหวัดทั่วประเทศในข้อหาฉ้อโกงรวมจำนวน 44 หมายจับ ขณะกำลังเดินจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ หลังจากมีพฤติกรรมเปิดเฟซบุ๊กรับสมัครหลอกลวง ว่าสามารถส่งคนไปทำงานที่ประเทศโปรตุเกส ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 120,000 บาท แต่กลับไม่สามารถไปทำงานได้ ซึ่งมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อและเข้าแจ้งความจำนวนมาก พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์สอบปากคำเบื้องต้น

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหาคนดังกล่าวนั้นจะเปิดเฟซบุ๊กเชิญชวนผ่านทางอินเตอร์เน็ต รับสมัครงาน โดยอ้างว่าสามารถส่งคนไปทำงานที่ประเทศโปรตุเกสได้ โดยผู้ที่สนใจจะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการและค่าเดินทางรายละ 120,000 บาท กระทั่งมีผู้หลงเชื่อและถูกหลอกให้จ่ายเงิน แต่กลับไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง และไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าโดนหลอกลวง จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้เบื้องต้นจากการประสานงานกับกองบังคับการปราบปรามและสถานีตำรวจในพื้นที่ต่างๆนั้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีและผู้ต้องหาถูกออกหมายจับหลายจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 44 หมาย ในข้อหาฉ้อโกง ทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน คาดว่าความเสียหายจะประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งหลังก่อเหตุก็พยายามหลบหนีไปยังสถานที่ต่างๆ กระทั่งตำรวจสามารถติดตามตัวได้ดังกล่าว

โดยจากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้เปิดเฟซบุ๊กรับสมัครงานเพื่อไปทำงานประเทศโปรตุเกสจริง ซึ่งมีส่วนหนึ่งได้เดินทางไปทำงานแล้ว และที่เหลือนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่กลับมาถูกแจ้งความจับเสียก่อน ทั้งนี้เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะคาดว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งจะต้องสืบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำผิด พร้อมกับส่งตัวผู้ต้องหาไปยังพื้นที่ที่ถูกออกหมายจับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อสมัครงานต่างๆ โดยเฉพาะทางอินเตอร์เน็ต เพราะอาจจะถูกหลอกได้ ควรที่จะศึกษาข้อมูลด้านต่างๆให้ครบถ้วน และหากมีข้อสงสัยก็ควรที่จะสอบถามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้รับข้อมูลที่ดีกว่า

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่