ชาวโยธะกา ยังไม่คลายกังวล หลัง ผบ.พล ร.11 บอกจะยืนเคียงข้าง

พล 11 ยันอยู่เคียงข้าง ปชช.

ฉะเชิงเทรา – ชาวโยธะกา ยังไม่คลายกังวลใจ หลัง ผบ.พล ร.11 ลงพื้นที่พบปะบอกจะยืนอยู่เคียงข้างไม่ให้ใครเข้ามาไล่รื้อที่ทำกินที่อยู่อาศัยของประชาชน พร้อมขันอาสาเป็นตัวกลางหลักช่วยประสานทางกองทัพเรือคู่พิพาทลงพื้นที่มาพูดคุยทำความเข้าใจ ขณะนายอำเภอท้องที่ยันไม่มีโครงการเมืองใหม่ EEC ในพื้นที่แล้ว

วันที่ 5 ต.ค.61 เวลา 13.00 น. นายดอกรัก สิงชัยละ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.10 ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังจาก พล.ต.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่เข้ามาพบปะพูดคุยกับชาวบ้านและให้คำมั่นต่อชาวบ้าน ต.โยธะกา ว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน และจะนัดหมายให้ทางกองทัพเรือลงมาพูดคุยเจรจาต่อชาวบ้านนั้น

พื้นที่ ต.โยธะกา

ตนเองพร้อมชาวบ้านรู้สึกดีใจขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่ายังไม่มีความชัดเจนเพราะยังไม่มีอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษร และยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ตรงบริเวณนี้จะถูกนำไปใช้ทำอะไรต่อไปหรือไม่ และจะให้ประชาชนใน 4 หมู่บ้าน (หมู่ 2 ,10,11,12) รวม 166 ครัวเรือนทำกินต่อไปได้หรือไม่ จึงยังไม่มีความชัดเจนตรงส่วนนี้

ชาวบ้านไม่กล้าลงทุนทำกิน

ขณะที่ ผบ.พล 11 ยืนยันว่าจะไม่มีโครงการพัฒนาเมืองใหม่ EEC เข้ามาในพื้นที่แล้วนั้น ชาวบ้านก็ยังคงมีความเป็นกังวลอยู่เหมือนเดิมเพราะทางฝ่ายทหารเรือก็ยังจะเอาพื้นที่คืน และยังไม่ได้มีข้อกำหนดว่าชาวบ้านจะได้เช่าที่ดินทำกินและอยู่อาศัยต่อไปเหมือนเดิมอีกหรือไม่ เพราะยังไม่มีคำตอบอะไรมาจากทางฝ่ายกองทัพเรือ

ผบ.พล.ร.11

และในส่วนที่ทาง ผบ.พล 11 บอกว่าจะไม่มีการเข้ามารื้อขับไล่ให้ชาวบ้านออกไปจากพื้นที่นั้น ก็ทำให้เกิดความสบายใจขึ้นมาได้บ้างในระดับหนึ่ง และหากทาง ผบ.พล 11 นัดหมายทางฝ่ายทหารเรือเข้ามาพูดคุยให้เกิดความกระจ่างชัดเจนต่อชาวบ้านได้ เราก็จะได้ทราบว่าจะเดินหน้าทำอย่างไรกันต่อไป

หวั่นทหารเรือยึดคืน

เนื่องจากชาวบ้านยังสับสนอยู่ และกระทบต่อการทำกินเพราะหากลงทุนประกอบอาชีพทำกินต่อไปก็ยังไม่สบายใจเนื่องจากไม่ทราบว่าเมื่อใดเขาจะเข้ามายึดเอาพื้นที่คืน จึงอยากได้ความชัดเจนที่มากกว่านี้เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจขึ้นมาได้ เพราะพวกเราเดือดร้อนมาก ซึ่งตนนั้นปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำนาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้จำนวนกว่า 20 ไร่ นายดอกรัก กล่าว

นางเพ็ญจวรรณ สิงหนาท

ขณะที่นางเพ็ญจวรรณ สิงหนาท อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/2 ม.11 ต.โยธะกา กล่าวว่า หลังจากทาง ผบ.พล 11 ลงพื้นที่เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านแล้วนั้น พวกตนยังไม่มั่นใจเท่าใดนักเพราะยังไม่มีหลักเกณฑ์อะไรที่ชัดเจนออกมาให้ โดยท่านได้แต่บอกว่าให้ใจเย็นๆ แต่ชาวบ้านก็ยังทำใจเย็นไม่ได้เพราะยังคงเดือดร้อนกันอยู่เหมือนเดิม

ที่ผ่านมาจะต่อเติมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ชำรุดทรุดโทรมพังเสียหายกันใหม่ ก็ยังไม่สามารถทำได้เพราะทางทหารเรือไม่ให้ทำ ไม่ให้ปลูกสร้างอะไรขึ้นมาอีกเลย

ทหารเรือห้ามซ่อมแซมบ้าน

ในส่วนทางบริษัทเอกชนที่มีข่าวว่าจะเข้ามาทำโครงการเมืองใหม่อีอีซีนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่ามีหน่วยงานไหนหรือบริษัทเอกชนอะไรเข้ามาบอกว่าจะเอาพื้นที่คืน ขณะนี้ก็มีแต่หน่วยทหารเรือเท่านั้นที่จะเข้ามาเอาที่คืน ซึ่งชาวบ้านก็ยังอยากที่จะอยู่ในพื้นที่นี้เหมือนเดิมต่อไป เพราะเราเกิดที่นี่บรรพบุรุษอยู่ที่นี่ และลูกหลานก็ยังอยู่ที่นี่ จึงไม่อยากย้ายไปไหน

อยู่กันมา นับแต่บรรพบุรุษ

ชาวบ้านในพื้นที่ทั้ง 4 หมู่บ้านที่เดือดร้อนนั้นรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง อยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้องมีแต่ทหารเรือที่ไม่รักเราเหมือนพี่เหมือนน้อง จึงอยากจะให้ทางทหารเรือลงมาในพื้นที่เพื่อเข้ามาคุยถึงความชัดเจนต่อชาวบ้าน ตามที่ ผบ.พล 11 จะนัดหมายให้โดยอยากให้มาในวันนี้เลย ชาวบ้านจะได้สบายใจมากขึ้นเพราะมีแต่ทางฝ่ายโน้นฝ่ายนี้เข้ามารับปาก ชาวบ้านก็ยังไม่สบายใจเพราะทางฝ่ายทหารเรือยังไม่มา นางเพ็ญจวรรณ กล่าว

นายประเทือง สุขเกษม

ขณะที่นายประเทือง สุขเกษม นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว กล่าวต่อชาวบ้านว่า ในส่วนของประเด็นตามที่มีข่าวว่า ทางบริษัทเอกชนรายใหญ่จะเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ต.โยธะกา ให้เป็นเมืองใหม่เพื่อรองรับ อีอีซี นั้น ตัดทิ้งไปได้เลยเพราะไม่มีอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรแต่ปัญหาของชาวบ้านนั้นยังคงอยู่ที่ฝ่ายทหารเรือเพียงอย่างเดียว ที่ยังต้องรอให้ทาง ผบ.พล 11 นัดหมายให้เข้ามาพูดคุยเจรจากับชาวบ้านต่อไป นายประเทือง กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่