ร้องฯ พ่อเมือง เร่งปราบมอดไม้ ลอบตัดไม้พะยูงในหมู่บ้าน

ปราจีนบุรี – เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่หลังเจ้าของที่ดิน ร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กรณีถูกลักลอบตัดไม้พะยูงในที่ดินส่วนบุคคลใน ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย ฝ่ายปกครองอำเภอประจันตคาม เจ้าหน้าที่ทหาร พัน.สห.12 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประจันตคาม ลงพื้นที่บ้านนามูล ม.2 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เพื่อพบกับ นายสมบุญ เชิงเขา ผู้ใหญ่บ้านนามูล ม.2 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มบุคคลเข้ามาทำการลักลอบตัดไม้พะยูง ที่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านนามูล ม.2 ต.บุฝ้าย ซึ่งเป็นที่ดินของ นางสมจิตร สุวรรณเตมีย์ อยู่บ้านเลขที่ 642/49 ม.20 ต.หนองกี่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

ทั้งนี้ เหตุเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 18 เช้าของวันที่ 19 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 01.00 น.นายสมบุญ ผู้ใหญ่บ้านได้รับแจ้งเหตุ ในวันและเวลาดังกล่าว แต่ประชาชนผู้พบเห็นไม่กล้าออกมาดู เพียงแต่แอบมองอยู่ภายในบ้าน และมองเห็นแสงไฟคล้ายไฟส่องกบ ที่ติดบริเวณศีรษะ จำนวนหลายดวง คาดว่า มีจำนวนคนที่เข้ามาลักลอบตัดไปครั้งนี้ จำนวนนับ 10 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ซึ่งพบโคนต้นไม้พะยูงขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 80 เซนติเมตร ความสูงคาดว่ามากกว่า 15 เมตร ถูกตัดต้นออก เหลือเป็นตอพะยูงสูงประมาณ 70 เซนติเมตร ส่วนช่วงลำต้นได้หายไป คงเหลือแต่ตอและช่วงกิ่งไม้พะยูงที่ยังขนไปไม่ทันหมด อาจเป็นเพราะคนร้ายเห็นแสงไฟฟ้าของชาวบ้านใกล้เคียงที่เปิดไฟ ทำให้คนร้ายจึงรีบร้อนขนย้ายไม้เท่าที่จะขนได้ นำไปใส่รถยนต์ตู้ออกไปได้เพียงบางส่วน

ซึ่งจากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทราบว่า แก๊งคนร้ายที่เข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูงกลุ่มนี้มีประมาณ 10 คน และใช้รถตู้ ลักษณะคล้ายรถบรรทุกน้ำแข็งมาทำการขนย้ายไม้ออกไป และยังมีรถยนต์กระบะจอดคอยดูต้นทางอีกด้วย ส่วนเสียงตัดไม้นั้น ทุกคนรู้สึกแปลกมาก ที่ไม่มีชาวบ้านคนใดได้ยินเสียงเลื่อยยนต์เลย ได้ยินเพียงแต่ช่วงต้นไม้ล้มเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายจะใช้เครื่องมือตัดต้นไม้แบบพิเศษ ชนิดไม่มีเสียง เพราะต้นไม้ต้นนี้อยู่ในเขตชุมชน ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนล้อมรอบอยู่จำนวนหลายหลัง และภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐาน ข้อมูลแวดล้อม และข้อมูลจากชาวบ้าน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลสืบหาผู้กระทำผิดต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดปราจีนบุรี กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น