รมช.อุตฯ เยี่ยมผู้ประกอบการขิงส่งออกที่หล่มสัก

รมช.อุตฯ เยี่ยมผู้ประกอบการขิงส่งออกที่หล่มสัก

เพชรบูรณ์-รมช.อุตฯ เยี่ยมผู้ประกอบการ บริษัทขิงส่งออกที่หล่มสัก หลังนำนวัตกรรมสกัดขิงตกเกรดเป็นน้ำมันทาผิวอโรม่าเพิ่มมูลค่า ผู้ประกอบการเผยหากต่อยอดพืชอื่นภาคนะฐหนุนจริงจัง เชื่อตลาดไปไกลแน่

เวลา 15.00 น.วันที่ 16 กันยายน นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการจังหวัดเพชรบูรณ์ บริษัทขิงทองไทย อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ผู้ผลิตขิงสด ขิงตัดแต่ง ส่งออกรายใหญ่ของกลุ่มจังหวักภาคเหนือตอนล่าง 1 ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการและร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 7/2561 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนางสมนึก พุ่งลอยฟ้า ประธานบริษัทฯ และนายสมชาย สุรเวคิน กรรมการผูจัดการบริษัทฯและยังเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์รวมทั้งประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 นำตรวจเยี่ยมและชมขบวนการผลิตขิงสด เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศยุโรบ, อเมริกา, ญี่ปุ่น, กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ฯลฯ

สำหรับบริษัทขิงทองไทยจำกัดเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเสริมพัฒนาและสนุบสนุนทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต การลดต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าในการผลิต ผ่านโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ตลอดจนช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาทิ การนำเศษขิงที่ไม่มีมูลค่าหรือมีมูลค่าน้อยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ น้ำมันสกัดขิงอโรม่า ช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โดยเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด 3R ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรมในพื้นที่ และยังเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขิงที่มีมาตรฐานปลอดสารพิษระดับโลก Global GAP และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ต่างๆอาทิ GMP, HACCP

นายสมชาย สุรเวคิน กล่าวว่า เดิมขิงที่ตกเกรดทางบริษัทฯจะนำมาตากแห้ง ส่งไปยังตะวันออกกลางเพื่อทำเป็นเครื่องเทศ แต่ตอนนี้มูลค่าไม่มากพอและของตกเกรดมีจำนานมาก แต่เมื่อมีการนำวัตกรรมให้เข้ามาใข้ โดยการสกัดเย็นขิงที่ตกเกรดเป็นน้ำมันที่บริสุทธิ์ไม่ได้ผสมอะไรและมีสรรพคุณเป็นอโรม่านำมาทาผิวเพื่อกันแดด ทำให้มีส่วนช่วยรักษามะเร็งผิวหนัง ตอนนี้อยู่ระหว่างให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯช่วยวิเคราะห์ว่ามีประโยชน์หรือสรรพคุณอะไรบ้าง เพื่อจะได้วางแผนด้านการตลาดกันอีกครั้ง และหากมีการต่อยอดไปยังสินค้าเกษตรชนิดอื่น อาทิ กล้วยหอม สัปรด ฯลฯ ทำเป็นเครื่องสำอางหรือเครื่องดื่ม โดยภาครัฐสนับสนุนอย่างจริงจังเชื่อว่าตลาดไปได้สวยแน่นอน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่