โอดวอนเร่งแก้กังหันลมผลิตไฟขายให้รัฐส่งเสียงดังนอนไม่เต็มตื่นร้อง!ซ้ำซากกว่า3ปี

โอดวอนเร่งแก้กังหันลมผลิตไฟขายให้รัฐส่งเสียงดังนอนไม่เต็มตื่นร้อง!ซ้ำซากกว่า3ปี

ชัยภูมิ – จี้ท้าพิสูจน์ค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานสูงกว่า 50-65 เดซิเบล หนักสุดในกว่า 2 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน และช่วงใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวต้องทนทุกข์ได้รับความเดือดร้อนหนักจนต้องหนีออกจากบ้านไปขออาศัยหลับนอนตามบ้านญาติและที่อื่นไกลๆ ซ้ำซากมายาวกว่า 3 ปี หลังเคยร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จ.ชัยภูมิ มาต่อเนื่องทุกปียังไม่มีการเข้ามาช่วยดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ได้ เริ่มสุดทนหากยังไม่เป็นผลในหน้าหนาวปีนี้อีกเตรียมยื่นฟ้องขอความเป็นธรรมขั้นเด็ดต่อศาลปกครองต่อไปทันที!

( 15 ก.ย.61 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ ได้มีชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน ใน ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ  ฝากวิงวอนขอความเป็นธรรมต่อการดำเนินงานโครงของรัฐที่เข้ามาส่งเสริมพลังงานทดแทนเพื่อเพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า ให้กับบริษัทเอกชนเพื่อเข้ามาลงทุนในการดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ในพื้นที่เพื่อนำกลับมาส่งขายให้กับภาครัฐในพื้นที่จ.ชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน

มาต่อเนื่องกว่า 2-3 ปี ที่ผ่านมา โดยอ้างมีการทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นกับชาวบ้านเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบโดยเฉพาะด้านเสียงมาตามได้ จึงมีการเปิดดำเนินการผลิตไฟฟ้าขายจากกังหันลมในพื้นที่ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ มาได้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แต่ตลอดช่วงหลังโครงการดังกล่าวดำเนินการมานานกว่า 2 ปี ทางตัวแทนกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีที่พักอาศัยในพื้นที่หลายหมู่บ้านโดยเฉพาะที่หมู่ 1 และหมู่ 6 ต.วะตะแบก  กลับยังได้รับผลกระทบด้านมีเสียงใบพัดของกังหันลมดังกล่าว ส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญหนัก ในเวลากลางคืน และหนักสุดในช่วงเข้าใกล้สู่ฤดูหนาวของทุกปีตั้งแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป หลายเดือนจะส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้านในพื้นที่นอนไม่ได้ ทั้งคืนส่งผลเสียต่อสุขภาพ มีชาวบ้านหมู่ 1 และ หมู่ 6 จำนวนหลาย 100 ชีวิตได้รับผลกระทบหนักมานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งเคยยื่นร้องขอความเป็นธรรมไปหลายหน่วยงานทางจังหวัดชัยภูมิในการเข้ามาดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบกับชาวบ้านอยู่มาจนปัจจุบันที่เริ่มจะเข้าสู่ฤดูหนาวอีกเป็นปีที่ 3 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดสนใจที่จะลงมาช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียทีเลย

ซึ่งตัวแทนชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 6 ต.วะตะแบก ที่ปัจจุบันก็ต่างที่จะต้องได้รับผลกระทบหนัก จนต้องเตรียมย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นก่อนช่วงคราวในช่วงหน้าหนาวปีนี้ที่จะถึงอีกว่า จะทนเสียงดังจากกังหันลมจนนอนไม่ได้อีกตามมาอีกปี ซึ่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวมาตลอดทนรอการแก้ไขมานานกว่า 3 ปีแล้วในครั้งนี้

เปิดเผยว่า ซึ่งโครงการของบริษัทเอกชนดังกล่าว ได้เปิดดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมอย่างเป็นทางการเมื่อตั้งแต่ต้นปี 2559 เพื่อเร่งผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้กับหน่วยงานภาครัฐ และทันทีที่ได้เริ่มกิจการเต็มรูปแบบชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต้นกังหันลมก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาตลอด โดยเฉพาะในเวลากลางคืน และช่วงเข้าฤดูหนาว ที่จะมีลมหนาวพัดแรง ทำให้เกิดเสียงของใบพัดกังหันลมที่ดังมาก จนนอนไม่ได้ มาตลอด ใครทนไม่ไหวในช่วงนี้ก็ต้องไปขอนอนตามบ้านญาติที่อื่นแทนไปก่อน

ซึ่งเคยได้การรวมตัวกันไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ชัยภูมิ มาตลอดทุกปี แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขให้คลายความเดือดร้อนเท่าที่ควรได้เลย โดยหลังจากนั้นทางจังหวัดได้ส่งหนังสือมาทาง อ.เทพสถิต เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งหนังสือให้ทางบริษัทเอกชนดังกล่าวตรวจสอบและแก้ไข เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อันจะส่งผลต่อระบบสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม ที่มีผลทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพของชาวบ้าน

ซึ่งชาวบ้านกล่าวอีกว่า ทางบริษัทเอกชน เจ้าของต้นกังหันลมได้ว่าจ้างบริษัทที่เกี่ยวกับการวัดคุณภาพเสียงมาตรวจสอบกังหันลมที่ได้รับร้องเรียนว่าส่งเสียงดัง ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางบริษัทเอกชนได้ทำหนังสือชี้แจงกลับไปยัง อ.เทพสถิต ว่า จากผลการตรวจสอบของบริษัทผู้เชี่ยวชาญไม่พบความผิดปกติ และเสียงจากใบพัดกังหันลมก็ไม่ได้ดังในขณะทำงาน ซึ่งทำให้แปลกใจมากว่า ทำไมการตรวจสอบถึงปกติ ทั้งที่ทุกวันนี้ยังส่งเสียงดังก่อความเดือดร้อนรำคาญอยู่

โดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นไป ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนนอนหลับของชาวบ้านปกติทั่วไป ที่หลังเสร็จไร่นามาแล้ว ไม่เหมือนช่วงกลางวันที่ส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้านต้องออกไปทำงานกัน จึงอยากให้หน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องช่วยจริงใจ ในการมาตรวจสอบให้ได้ผลที่แท้จริงด้วย เพราะปีนี้ก็ใกล้หน้าหนาวจะมาถึงอีกเป็นปีที่ 3 แล้ว

ที่ลักษณะใบพัดกังหันลมทุกต้นสามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปตามกระแสลม ช่วงนี้ที่ยังไม่ถึงหน้าหนาวจริงๆ ชาวบ้านบางส่วนก็ยังยอม พอพอทนได้บ้าง เพราะลมยังไม่แรงมากนัก แต่ถ้าช่วงหน้าหนาวจะมีความดังมาก เพราะเป็นช่วงที่กระแสลมแรง และยังได้มีการให้ตัวแทนชาวบ้านไปซื้อเครื่องวัดเสียงมาวัดระดับเสียงของใบพัดกังหันลมในช่วงเวลากลางคืนมาแล้ว สามารถวัดได้ตั้งแต่ 50-65 เดซิเบล เลยทีเดียวซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ที่ระบุว่าไม่ควรเกิน 10 เดซิเบล

และในขณะที่ช่วงหน้าหนาวที่กระแสลมแรงจะมีความดังเพิ่มเป็น 70-80 เดซิเบล ถือเป็นความเดือดร้อนอย่างมาก และอีกแค่ 2 เดือนจากนี้ไป ก็จะเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว” ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจะอยู่อย่างไรได้อีก

ถ้าจะยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอีก ที่ถึงแม้จะร้องศูนย์ดำรงธรรมไปแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน ก็เตรียมที่จะต้องรวมตัวลงชื่อ ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเรื่อง และวิงวอนไปที่กระทรวงพลังงานในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งหากข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมของชาวบ้านที่นี่ยังไม่เป็นผล ทั้งในส่วนการขอให้ย้ายต้นกังหันลมที่อยู่ใกล้ชุมชน หมู่บ้าน หรือบ้านของชาวบ้านให้ห่างออกไป เพื่อจะได้ไม่ส่งเสียงดังรบกวน หรือ งดการทำงานของต้นกังหันลมที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนในช่วงเวลากลางคืน เพื่อชาวบ้านจะได้นอนพอได้พักผ่อน ได้นอนแบบสนิทได้ตลอดปีกับเขาบ้าง และในส่วนกลางวันก็จะไปเร่งเครื่องทดแทนอะไรต่างๆเพื่ออยู่กันได้ทุกฝ่ายก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะกังหันลมดังกล่าวสามารถตั้งค่าปิดเปิดการทำงานได้ด้วยคอมพิวเตอร์จากระบบอินเทอร์เน็ตได้ แต่ถ้าหากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข ขั้นตอนต่อไปตามข้อเรียกร้อง ก็ต้องเห็นใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบด้วย ที่จะต้องมีการเตรียมยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อชาวบ้านในครั้งนี้ต่อไปด้วย ที่ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้ขวางความเจริญ แต่ก็ขอให้มีแนวทางที่เป็นธรรมและสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้ดีกว่านี้ได้บ้าง เพราะทนรอการลงมาแก้ไขปัญหาในจุดนี้มานานกว่า 3 ปีจนสุดที่จะทนต่อไปแล้ว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่